เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า ตลาดแรงงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสิงคโปร์กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง ส่งผลให้ค่าตอบแทนของบุคลากรในสายงานดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยของประเทศถึง 5 เท่า ขณะที่บัณฑิตจบใหม่ที่มีทักษะด้าน AI สามารถเริ่มต้นทำงานด้วยรายได้สูงถึง 90,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี
แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่งจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จนส่งผลให้มีการปรับลดจำนวนพนักงานในบางส่วน แต่แรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI กลับกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับความต้องการอย่างมากจากภาคธุรกิจ
ข้อมูลจากบริษัทจัดหางาน โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ระบุว่า เงินเดือนของตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 15-25% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยบุคลากรที่เข้าทำงานใหม่มักได้รับค่าตอบแทนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 70,000-90,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี
เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมของตลาดแรงงานสิงคโปร์ กระทรวงแรงงานสิงคโปร์เปิดเผยว่า ค่าจ้างของพนักงานประจำทั่วประเทศในปี 2568 เพิ่มขึ้นเพียง 4.9% ลดลงจาก 5.6% ในปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าค่าตอบแทนในสายงาน AI เติบโตเร็วกว่าตลาดแรงงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
เคิร์สตี โพลท็อก ผู้จัดการประจำประเทศสิงคโปร์ของบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า ตำแหน่งงานด้าน AI และข้อมูลยังคงเป็นหนึ่งในสายงานที่มีความต้องการสูงที่สุดในปีนี้ เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งนำ AI มาใช้งานจริงในกระบวนการธุรกิจอย่างกว้างขวาง และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทดลองใช้เทคโนโลยีเหมือนในอดีต
แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดแรงงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะตำแหน่งวิศวกร AI ผู้เชี่ยวชาญด้านแมชชีนเลิร์นนิง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ AI และผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแล AI
ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีจากจีนได้เพิ่มความพยายามในการดึงดูดบุคลากร AI จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ด้วยการเสนอค่าตอบแทนมากกว่า 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี เพื่อจูงใจผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกให้เข้าร่วมงานในประเทศจีน
การแข่งขันเพื่อแย่งชิงบุคลากร AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฝั่งจีนเท่านั้น แต่บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาก็เดินหน้าขยายการจ้างงานในสิงคโปร์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โอเพนเอไอ ผู้พัฒนา ChatGPT ได้ประกาศแผนลงทุนมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม AI เชิงประยุกต์ของสิงคโปร์ โดยมีแผนจัดตั้งศูนย์ Applied AI Lab รวมถึงโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่จะสร้างตำแหน่งงานด้านเทคนิคมากกว่า 200 ตำแหน่งในช่วงหลายปีข้างหน้า
ด้านบริษัทแอนโทรปิก ผู้พัฒนา Claude ได้เริ่มเปิดรับสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ตามประกาศรับสมัครงานผ่านแพลตฟอร์ม LinkedIn ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการบุคลากร AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติงของอาลีบาบาได้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2568 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI และระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของประเทศ
การเคลื่อนไหวของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลกสะท้อนให้เห็นว่า สิงคโปร์กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม AI ในเอเชีย และกำลังเผชิญการแข่งขันอย่างดุเดือดในการดึงดูดทั้งเม็ดเงินลงทุนและบุคลากรคุณภาพสูงเข้าสู่ประเทศ
#AI #ปัญญาประดิษฐ์ #งานAI #เงินเดือนAI #สิงคโปร์ #ตลาดแรงงาน #บุคลากรAI #OpenAI #ChatGPT #Anthropic #ClaudeAI #AlibabaCloud #MachineLearning #DataScience #เทคโนโลยี #ข่าวเทคโนโลยี #เศรษฐกิจดิจิทัล #อาชีพแห่งอนาคต #แรงงานดิจิทัล #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #สิงคโปร์AI #ลงทุนAI #เทรนด์งาน2026








