เมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 สำนักข่าว CNA รายงานว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงด่วน ถึงประชาชนชาวสิงคโปร์ โดยเตือนว่า อาจเกิด "ผลกระทบร้ายแรง" หากแหล่งพลังงานและเส้นทางการขนส่งจากตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน พร้อมทั้งประกาศเรียกประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีเพื่อประสานงานการรับมือในระดับชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีในการรับมือวิกฤตดังกล่าว มี นาย เค.ชานมูกัม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน และมีนาย กัน คิม ยง รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา ซึ่งได้เริ่มปรับปรุงแผนฉุกเฉินและพัฒนาแผนใหม่ ๆ แล้ว โดยคำนึงถึง “สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
คณะกรรมการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการวิกฤตในวงกว้างของสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังจากการระบาดของโรคซาร์ส เพื่อประสานงานการตอบสนองระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงภาวะฉุกเฉินระดับชาติครั้งใหญ่ โดยให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์และทางการเมืองในช่วงวิกฤต โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาวะปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นายหว่อง ยังได้กล่าวถึงการตอบสนองของสิงคโปร์ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานของสิงคโปร์
นายหว่อง กล่าวว่า สิงคโปร์สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะสั้นได้เป็นอย่างดี โดยโรงกลั่นต่าง ๆ ลดกำลังการผลิตลง และบริษัทต่าง ๆ ก็หันไปหาแหล่งจัดหาวัตถุดิบจากนอกตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็กำลังหาแหล่งจัดหาทางเลือกอื่น ๆ ทั่วโลกเช่นกัน
รัฐบาลกำลังเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาวด้วยการกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน รวมถึงกับออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้กับสิงคโปร์มากกว่าหนึ่งในสาม นอกจากนี้ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับนิวซีแลนด์เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าจำเป็นและอาหารจะยังคงเปิดให้บริการในช่วงวิกฤต
นายหว่อง ยังกล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ประกาศในงบประมาณประจำปีนี้ เช่น ส่วนลด U-Save เพิ่มเติม กำลังถูกนำไปใช้ โดยมีแผนที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมและจ่ายเงินเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังจะมีการให้ความช่วยเหลือแบบเจาะจงแก่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในรัฐสภาสัปดาห์หน้า








