การเมืองทั่วไป

"กรณ์" บี้รัฐรื้อต้นทุนน้ำมัน! จี้ "เอกนิติ" พิสูจน์ 7 ข้อเท็จจริง-เก็บภาษีลาภลอย ลดสรรพสามิต 6 บาทช่วยประชาชนทันที

แชร์ข่าว

“กรณ์ จาติกวณิช” ยื่น 2 ข้อเสนอหลัก และ 7 ประเด็นต้องพิสูจน์ถึง “เอกนิติ” ประธาน คตร. คนใหม่ เรียกร้องเปิดข้อมูลสต็อกน้ำมัน-รื้อโครงสร้างราคาหยุดกำไรเกินควร พร้อมเสนอรัฐใช้ภาษีลาภลอยควบคู่ลดภาษีสรรพสามิต 6 บาท หวังบรรเทาทุกข์ประชาชนย้อนหลัง 3 เดือน

วันที่ 3 เม.ย. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความยินดีกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.การคลัง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) พร้อมส่งมอบข้อเสนอแนะสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนตลอดเดือนที่ผ่านมา

นายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ ราคาสินค้าในตลาดโลก, ค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติ และอัตราภาษีที่อยู่ในระดับสูง โดยได้เสนอให้ คตร. ตรวจสอบข้อมูล 7 ข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ดังนี้ 1.ต้นทุนที่แท้จริง ต้นทุนน้ำมันดิบของโรงกลั่นในปัจจุบันอยู่ที่เท่าไร 2.ราคาซื้อจริง vs ราคาอ้างอิง ตรวจสอบส่วนต่างของราคาซื้อจริงหลังจากราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ่น 3.ตรวจสอบกำไรในเครือ การซื้อขายผ่าน Trader ในเครือมีการบวกกำไรส่วนเกิน (Transfer Pricing) หรือไม่ 4.ตัด “ค่าขนส่งทิพย์” พิจารณาความเหมาะสมของค่าขนส่งสมมติจากสิงคโปร์ที่นำมาบวกในราคาต้นทุน 5.วิเคราะห์ค่าการกลั่น ตรวจสอบต้นทุนและส่วนกำไรจากการกลั่นที่แท้จริง 6.เปรียบเทียบกำไร เทียบส่วนต่างกำไรในช่วงวิกฤตกับช่วงสถานการณ์ปกติ 7.เปิดเผยสต็อกน้ำมัน ตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงคลังเข้า-ออกในแต่ละวันเพื่อป้องกันการเก็งกำไร

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าโรงกลั่นมีกำไรเกินปกติ เสนอให้รัฐบาลดำเนินการผ่าน 2 มาตรการสำคัญ คือ ปรับสูตรราคาใหม่ แก้ไขการคำนวณค่าการกลั่นให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรม และการเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เรียกคืนกำไรส่วนเกินที่เกิดจากสภาวะตลาดผิดปกติ เพื่อนำเงินไปบริหารจัดการลดหนี้กองทุนน้ำมันโดยตรง นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณา ลดภาษีสรรพสามิตลง 6 บาท รวมถึงลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างมีนัยสำคัญ โดยให้มีผลย้อนหลังเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเยียวยาผู้บริโภค พร้อมยกตัวอย่างหลายประเทศที่เริ่มใช้มาตรการนี้แล้ว เช่น กลุ่มลดภาษีสรรพสามิตอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย กลุ่มใช้ภาษีลาภลอย อินเดีย และอังกฤษ และกลุ่มที่อยู่ระหว่างพิจารณา ฟิลิปปินส์, เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป (EU)

“การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ได้รับการแก้ไขอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด” นายกรณ์ กล่าว