เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 มีรายงานว่า ฝ่ายบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ได้สั่งการให้นักการทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกเร่งผลักดันให้ประเทศพันธมิตรขึ้นบัญชีดำ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของ อิหร่าน และ ฮิซบอลเลาะห์ ใน เลบานอน เป็นองค์กรก่อการร้าย โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น ตามเอกสารภายในกระทรวงการต่างประเทศที่ Reuters ได้ตรวจสอบ
คำสั่งดังกล่าวลงวันที่ 16 มีนาคม และลงนามโดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถูกส่งไปยังสถานทูตและสถานกงสุลของ สหรัฐอเมริกา ทั่วโลก โดยกำชับให้นักการทูตถ่ายทอดสารดังกล่าวไปยังคู่เจรจา “ในระดับสูงสุดที่เหมาะสม” ภายในวันที่ 20 มีนาคม พร้อมเน้นย้ำว่าความพยายามดังกล่าวควรประสานงานกับนักการทูตของ อิสราเอล อย่างใกล้ชิด
รายงานระบุว่า ฝ่ายบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งรวบรวมแนวร่วมจากพันธมิตรที่ยังมีท่าทีลังเล เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กว่า 2 สัปดาห์
อีกสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนความท้าทายของสหรัฐฯ คือ การที่พันธมิตรหลายประเทศออกมาระบุเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า “ยังไม่มีแผน” ส่งเรือเข้าร่วมภารกิจเปิดเส้นทางเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธคำขอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดึงนานาชาติเข้ามาร่วมรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
เอกสารภายในยังระบุว่า จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการโจมตีโดย อิหร่าน พันธมิตร และกลุ่มตัวแทน รัฐบาลต่าง ๆ ควรเร่งดำเนินมาตรการเพื่อลดขีดความสามารถของเครือข่ายดังกล่าวในการโจมตีประเทศและพลเมือง
สำหรับ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถือเป็นกองกำลังหลักของ อิหร่าน ที่มีบทบาททั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ โดยมีหน้าที่ปกป้องระบอบการปกครอง ขณะที่ ฮิซบอลเลาะห์ เป็นกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ใน เลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยทั้งสององค์กรถูกขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้ายโดย สหรัฐอเมริกา และบางประเทศแล้ว
แม้เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น แต่ได้ยกตัวอย่างการโจมตีในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้มีการดำเนินการร่วมกันในระดับนานาชาติ
“เราประเมินว่า ระบอบของ อิหร่าน มีความอ่อนไหวต่อแรงกดดันแบบพหุภาคีมากกว่าการดำเนินการฝ่ายเดียว และแรงกดดันร่วมมีแนวโน้มจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มากกว่า” เอกสารระบุ
ขณะเดียวกัน เอกสารยังชี้ว่า การขึ้นบัญชีดำดังกล่าวจะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อ เตหะราน และจำกัดความสามารถในการสนับสนุนกิจกรรมก่อการร้ายในระดับโลก
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของ สหรัฐอเมริกา กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งรักษาสันติภาพใน ตะวันออกกลาง โดยระบุว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มตัวแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลและสันติภาพในภูมิภาค
#IRGC #ฮิซบอลเลาะห์ #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #ทรัมป์ #ตะวันออกกลาง #ความมั่นคงโลก #ข่าวต่างประเทศ #Geopolitics #WorldNews #USForeignPolicy #MiddleEast #GlobalSecurity








