เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวใหญ่ ระบุพาดหัวข่าวว่า "ไทย" เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อ "กัมพูชา" ขณะที่ข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์ยังไม่แน่นอน
เนื้อหารายงานระบุว่า ไทยได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกัมพูชา ขณะที่สถานการณ์การเจรจาสันติภาพภายใต้กรอบข้อตกลงที่ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นผู้ผลักดัน ยังไม่มีความแน่นอนและเสี่ยงล้มเหลวท่ามกลางความตึงเครียดที่กลับมาปะทุอีกครั้ง
ไทยได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสองประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และเป็นการล่มสลายของกรอบสันติภาพที่เคยถูกมองว่าจะยุติความขัดแย้งได้
ตลอดหลายสัปดาห์ก่อนหน้า ไทยและกัมพูชา ต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกันว่าเป็นผู้เริ่มการโจมตีตามแนวชายแดนที่ยังเป็นข้อพิพาท หลังบรรยากาศความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น และไทยได้ประกาศชะลอการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศล่าสุดมีเป้าหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการตอบโต้หลังเกิดเหตุโจมตีฐานทัพอนุพงษ์ ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 7 นาย
“เป้าหมายที่ถูกโจมตีอยู่ในพื้นที่ช่องอานม้า ซึ่งถูกใช้เป็นฐานสนับสนุนอาวุธหนักเพื่อตอบโต้ฝ่ายไทย” พล.ต.วินธัย กล่าว พร้อมย้ำว่า ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นไปเพื่อตอบโต้การรุกรานและปกป้องความมั่นคงของประเทศ
ฝั่งกองทัพบกไทย เปิดเผยว่า เหตุปะทะเริ่มขึ้นเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันจันทร์ ขณะที่กองทัพอากาศไทยระบุว่ากัมพูชาได้ทำการเคลื่อนกำลังรบ ปรับตำแหน่งอาวุธหนัก และจัดตั้งหน่วยสนับสนุนการยิง ซึ่งถือเป็นสัญญาณการยกระดับทางทหารที่เป็นภัยโดยตรงต่อไทย
ด้านกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าเป็น “ข้อมูลเท็จ” และยืนยันว่าไม่ได้โต้ตอบแม้จะถูกโจมตีก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปตามหลักการยึดมั่นข้อตกลงสันติภาพระหว่างประเทศ
กองทัพกัมพูชา ยังระบุเพิ่มเติมว่า ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 05.04 น. และกล่าวหาว่าไทยมีพฤติการณ์ยั่วยุมาอย่างต่อเนื่องก่อนเกิดเหตุปะทะ
รายงานยังระบุว่า มีพลเรือนไทยประมาณ 70% จากพื้นที่แนวชายแดนถูกอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเคยเกิดความขัดแย้งเชิงทหารยาวนาน 5 วัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และประชาชนกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝั่ง ก่อนจะมีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และต่อมาได้ลงนามในข้อตกลงฉบับขยายเมื่อปลายเดือนตุลาคม โดยมีทรัมป์และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียร่วมเป็นสักขีพยาน
อันวาร์ อิบราฮิม ออกแถลงการณ์ล่าสุดแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดทนและหลีกเลี่ยงความรุนแรงเพิ่มเติม
ไทย กัมพูชา และมาเลเซีย ต่างเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายเสริมสร้างความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือในภูมิภาค แต่ความขัดแยงครั้งนี้ถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระดับภูมิภาค
แม้ทรัมป์จะเคยประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวเป็นชัยชนะทางการทูตครั้งสำคัญ แต่สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าข้อตกลงอาจไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้จริง และสถานการณ์ยังมีแนวโน้มยกระดับหากไม่สามารถหาทางเจรจาร่วมกันได้ในเร็ววัน
#ไทยกัมพูชาปะทะ #ข่าวด่วน #สงครามชายแดน #CNNรายงาน #TrumpPeaceFail #สถานการณ์โลก #อาเซียน #กลาโหมไทย #ข่าวความมั่นคง #BreakingNews








