วันที่ 27 มี.ค.69 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่นายแปน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าฝ่ายไทยขัดขวางการเดินทางกลับของผู้อพยพกว่า 35,000 - 36,000 คน โดยการวางแนวลวดหนาม ตู้คอนเทนเนอร์ และรื้อถอนบ้านเรือน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เพื่อปักปันเขตแดนในทันทีนั้น กองทัพบกขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคมและประชาคมโลก ดังนี้
ประการแรก ในเรื่องของตัวเลขผู้อพยพที่ทางกัมพูชากล่าวอ้างว่ามีมากถึงหกแสนกว่าคน และยังมีผู้ที่กลับบ้านไม่ได้อีกกว่าสามหมื่นคนนั้น เป็นตัวเลขที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเป็นอย่างมาก ข้อเท็จจริงคือมีบุคคลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพียงหลักพันคน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 3 หมู่บ้านของจังหวัดสระแก้วเท่านั้น และที่สำคัญกลุ่มบุคคลเหล่านี้ในทางกฎหมายถือเป็น "ผู้บุกรุก" ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่นตามที่พยายามกล่าวอ้าง พื้นที่ที่กองทัพบกของไทยเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันนั้น ล้วนเป็นพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามารุกล้ำและตั้งชุมชนอย่างผิดกฎหมายมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่คือการสถาปนาและจัดระเบียบพื้นที่ภายในเขตแดนของเราเอง ไม่ใช่การรุกรานกัมพูชาแต่อย่างใด
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามไปปิดกั้นขัดขวางการเดินทาง ขอเรียนชี้แจงว่า การวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวรั้วลวดหนามเป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัยชั่วคราวภายหลังเหตุการณ์สู้รบ เพื่อควบคุมพื้นที่และป้องกันการเผชิญหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งการคงกำลังและการวางเครื่องกีดขวางในลักษณะนี้ เป็นการปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม อย่างเคร่งครัด ที่ระบุให้แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังไว้ในพื้นที่เดิมตามถ้อยแถลงร่วม
ประการสุดท้าย สำหรับข้อเรียกร้องของกัมพูชาที่ต้องการให้ฝ่ายไทยเร่งจัดตั้งคณะทำงาน JBC เพื่อลงพื้นที่ปักปันเขตแดนในทันทีนั้น ประเทศไทยขอยืนยันว่าเรายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่อย่างคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) มาโดยตลอด แต่ในห้วงเวลานี้ เรายังคงต้องยึดหลักการตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เป็นสำคัญ นั่นคือฝ่ายใดที่วางกำลังอยู่ในพื้นที่ใด ก็ให้คงกำลังในพื้นที่นั้นไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนจะปลอดภัยจากการยั่วยุทางทหารและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างแท้จริง ที่ปัจจุบันยังคงมีการตรวจพบอยู่
กองทัพบกเข้าใจดีว่ารัฐบาลกัมพูชาอาจมีความจำเป็นต้องสื่อสารเพื่อปกป้องภาพลักษณ์และลดความกดดันทางการเมืองภายในประเทศ แต่การบิดเบือนข้อเท็จจริงเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อฝ่ายใด และอาจกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างกันได้ กองทัพบกจึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาสื่อสารด้วยความรับผิดชอบและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง








