คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ/ดร. วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
ปัญหาหนักอกแทบจะยกไม่ออกในขณะนี้ที่ "นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล" ก้าวเข้ามารับช่วงปัญหาต่อจากรัฐบาลชุดก่อน ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเรื่องของสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมี "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" เข้ามามีบทบาทในการเจรจาเพื่อสันติ
จากรายงานของ "สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น" เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 ในหัวข้อที่ว่า ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชายังคงมีการปะทะกันทางชายแดนอยู่เป็นระยะ ๆ และยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีกด้วย!
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่กรุงวอชิงตันว่า หลังจากที่เขาพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งต่อข้อพิพาทในเรื่องพรมแดน โดยฝ่ายไทยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาออกมารับผิดชอบเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิดใหม่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่เพิ่งผ่านมานี้ว่า: "จะไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงจนกว่ากัมพูชาจะออกมายอมรับความผิดพลาดและเอ่ยคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อประชาชนชาวไทย ในกรณีเหตุการณ์ที่ภูมะเขือ ซึ่งมีผลทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส และสูญเสียอวัยวะ"
ในทางกลับกัน "นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต" ก็ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2025 ในทำนองที่ว่า "พนมเปญยังดำเนินตามข้อตกลงและหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังทำงานร่วมกันตามหลักการและกลไกที่ตกลงกันไว้"
ทั้งนี้ ดูประหนึ่งว่าขณะนี้คำประกาศข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมารับหน้าเสื่อวางตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกำลังจะพบกับความล้มเหลว อนึ่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยการข่มขู่อยู่ในที สืบเนื่องมาจากฝ่ายไทยมีท่าทีจะระงับข้อตกลงสันติภาพ ว่า "หากกัมพูชาและประเทศไทยยังคงสู้รบกันอยู่ สหรัฐฯ ก็จะระงับสิทธิพิเศษทางการค้า"
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้เกิดขึ้นตามมาเมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2025 นี้ โดย "นายนิกรเดช พลางกูร" อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงต่างประเทศ ได้ออกมากล่าวเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากสำนักตัวแทนการค้าสหรัฐฯ ที่ประกาศระงับการเจรจาเรื่องข้อตกลงทางการค้าชั่วคราว!
อนึ่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ พยายามที่จะกดดันให้ไทยกลับมาเจรจาตกลงยุติการยิงกับกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง และเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ทั้งยังเป็นที่ทราบกันดีว่าประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศในแบบผิดแผกแปลกไปจากประธานาธิบดีคนอื่น ๆ ซึ่งเขาจะทำทุก ๆ อย่างตามที่ใจต้องการ โดยไม่เว้นทั้งหน้าอินทร์หรือหน้าพรหม
ส่วนการที่นายกฯ อนุทินได้ประกาศระงับข้อตกลงหยุดยิงนั้น ในส่วนตัวของผมนั้นคิดว่า นายกรัฐมนตรีอนุทินอาจจะเกิดน้อยเนื้อต่ำใจที่อาจจะคิดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ากับฝ่ายกัมพูชาก็ได้ และอาจจะคิดถึงความเป็นชาตินิยมเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นสินค้าที่เราส่งออกไปยังสหรัฐฯ อเมริกามีมูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 18.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด (ยอดการส่งออกในปี 2024) และหากจะคิดในแง่ผลประโยชน์ของประเทศชาติกันแล้ว การระงับข้อตกลงชั่วคราวของนายกฯ อนุทินในครั้งนี้ อาจจะทำให้ประเทศไทยของเราเสียผลประโยชน์ทางด้านการค้า
ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดของนายกฯ อนุทินก็คือ ไปหาทางเจรจากับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะต้องไม่ลืมว่า เดือนหน้าซึ่งเป็นเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงเวลาของเทศกาล ซึ่งชาวอเมริกันมิได้ทำงานกันอย่างเต็มที่
อนึ่ง ยังมีอดีตเอกอัครราชทูตไทย ที่พวกท่านเคยประจำตำแหน่งอยู่ที่สหรัฐฯ หลาย ๆ ท่าน ซึ่งทุก ๆ ท่านต่างก็มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และผมคิดว่าทุก ๆ ท่านคงพร้อมและยินดีที่จะให้คำปรึกษา แถมยังมีชาวอเมริกันที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทูต และยังเคยรับตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับกระทรวงต่างประเทศของไทยติดต่อกันมาอย่างยาวนาน ก็คงจะเต็มใจและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและพร้อมให้คำปรึกษาอีกด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะไม่เห็นคุณค่าของการที่ประเทศไทยเคยเป็นมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในแถบทวีปเอเชีย (แม้กระทั่งพันธมิตรเก่าแก่เยี่ยงแคนาดา เขาก็ไม่เห็นหัวด้วยเช่นกัน)
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น การที่ "นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล" ตัดสินใจทำไปนั้นอาจจะเป็นลักษณะของลูกผู้ชายที่รักศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำ และแน่นอนว่าพี่น้องชาวไทยของเราทุกคนก็มีคุณลักษณะรักชาติที่หยิ่งในศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ข่มเหงด้วยเช่นกัน แต่เมื่อวิเคราะห์จากความเป็นจริงกันแล้ว และจากการที่ผมเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เป็นประจำ ทำให้ผมสัมผัสและตระหนักได้ดีว่า ความสัมพันธ์ทางภาษากายที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล และ นายกฯ ฮุน มาเนต มีต่อ "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" กันแล้ว ผมเล็งเห็นว่านายกฯ ของกัมพูชาเดินเกมวางหมากได้ดีกว่าไทยเรา และผมคิดว่ากัมพูชาคงจะแอบสื่อสารนอกรอบ โดยจ้างนักล็อบบี้ยิสต์ให้เจรจากับประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เป็นประจำ และทางที่ดีที่สุดนายกฯ อนุทินก็ควรจะกัดฟันยอมเจรจา เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในภายภาคหน้าระยะยาวละครับ








