สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดการประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการนำ AI Agent มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการโจมตีระบบสารสนเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และบริการสำคัญของประเทศ
นายภราดร ปริศนานันทกุล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งนอกจากจะสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศแล้ว ยังอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการก่อภัยคุกคามไซเบอร์ได้เช่นกัน การยกระดับมาตรการด้านการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล
จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่า AI Agent มีศักยภาพในการช่วยสำรวจระบบ วิเคราะห์ช่องโหว่ ค้นหาเป้าหมาย และดำเนินการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้รูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนและสร้างความเสียหายได้ในวงกว้าง ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ทำหน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และติดตามความเชื่อมโยงของภัยคุกคาม พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่อาจได้รับผลกระทบ และจัดทำคำแนะนำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานสามารถตรวจจับ ป้องกัน และรับมือภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการตอบสนองต่อเหตุการณ์และการตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ขณะที่ Sectoral CERT จะเร่งประสานหน่วยงานสมาชิกในแต่ละภาคส่วนให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ตรวจสอบระบบ และรายงานสถานการณ์ เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและบริหารจัดการเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการการประชุมฯ กล่าวว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค AI มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น สกมช. จึงเร่งยกระดับการทำงานร่วมกับ ThaiCERT, Sectoral CERT และทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างระบบเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมั่นคงและปลอดภัย โดยประเทศไทยต้องสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกรรมการ ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้เสนอให้ยกระดับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญและดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ที่ประชุมจึงมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณากำหนดตัวชี้วัด (KPI) ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานของรัฐ และจัดทำข้อเสนอเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นความรับผิดชอบในระดับองค์กร มีผู้บริหารกำกับติดตาม และสามารถวัดผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบระบบสารสนเทศที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต การบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานและบัญชีสิทธิ์ระดับสูง การแบ่งแยกเครือข่าย การสำรองข้อมูลตามหลักสากล รวมถึงการทดสอบแผนกู้คืนระบบ เพื่อสร้างความพร้อมในการให้บริการอย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง พร้อมกำหนดแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI Agent ภายในองค์กรให้เป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และมอบหมายให้ ThaiCERT และ Sectoral CERT ร่วมกันพัฒนาสถานการณ์ฝึกซ้อมการรับมือการโจมตีที่ใช้ AI Agent เพื่อทดสอบกระบวนการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การประสานงาน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์








