สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. จัดงานแถลงข่าว “NCSA 5 for Future: 5 ปี สกมช. ขับเคลื่อนสู่อนาคตไซเบอร์ไทยที่มั่นคงปลอดภัย” โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และผู้บริหาร สกมช. เพื่อสรุปผลการดำเนินงานสำคัญตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศในระยะต่อไป โดยมุ่งยกระดับประเทศไทยจากการตั้งรับภัยคุกคามไซเบอร์ ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุก รองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และสร้างพื้นที่ไซเบอร์ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และยั่งยืน
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เผยว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สกมช. ได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ Global Cybersecurity Index 2024 อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก จาก 194 ประเทศ ได้คะแนน 99.22 จาก 100 คะแนน และอยู่ในกลุ่ม T1 – Role Modelling สะท้อนความพร้อมของประเทศทั้งด้านนโยบาย มาตรฐาน การรับมือภัยคุกคาม และความร่วมมือด้านไซเบอร์ในระดับสากลขณะเดียวกัน สกมช. ได้ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตของประเทศ โดยผลักดัน DNSSEC Validation จากเดิม 8% เพิ่มขึ้นเป็น 44.86% และขยับอันดับจากอันดับ 11 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 ของอาเซียน พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้และพัฒนากำลังคนไซเบอร์ผ่าน NCSA E-Learning, NCSA MOOC การแข่งขันทักษะทางไซเบอร์ และการสื่อสารเชิงรุกหลายช่องทาง ซึ่งมีผลการดำเนินงานสะสมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 1.95 ล้านคน
นอกจากนี้ สกมช. ยังได้ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การยกระดับมาตรฐานองค์กรไทยด้าน Cybersecurity ผ่าน Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025 การฝึกซ้อมรับมือเหตุไซเบอร์ระดับประเทศผ่าน Thailand’s National Cyber Exercise 2025 การจัดเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ Thailand International Cyber Week 2025 การส่งเสริมนวัตกรรมไซเบอร์ไทยผ่าน Thailand Cybersecurity Product and Service Awards 2024 การเปิดตัว Thailand Hub of Talents in Cybersecurity Research: HTCR การปรับปรุงกฎหมายไซเบอร์ให้ทันต่อบริบทภัยคุกคาม และการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อการประเมิน Global Cybersecurity Index ปี 2569
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป สกมช. จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศต่อภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสำคัญของโลก ทั้งปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลควอนตัม ระบบคลาวด์ และความเสี่ยงจากการรั่วไหลของบัญชีผู้ใช้งาน หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือการผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ยกระดับการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication: MFA รวมถึงการใช้ Digital Identity เช่น ThaID เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว และป้องกันผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคล ระบบบริการประชาชน และระบบสำคัญของประเทศ
ขณะเดียวกัน สกมช. ยังขับเคลื่อนแนวทาง “AI เพื่อการปกป้อง และการปกป้อง AI” หรือ AI for Security and Security for AI โดยมุ่งใช้ AI เพื่อยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ และในขณะเดียวกันต้องปกป้องระบบ AI ไม่ให้ถูกโจมตี ถูกบิดเบือน หรือถูกนำไปใช้ในทางที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ แนวทางดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาคน การวางกระบวนการและมาตรฐาน และการสร้างเทคโนโลยีและระบบนิเวศ AI Security ของประเทศ อีกหนึ่งทิศทางสำคัญ คือการเตรียมประเทศไทยเข้าสู่ยุคควอนตัม ผ่านนโยบาย “Quantum-Ready 2030: การเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัมภายในปี 2573” เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถเปลี่ยนผ่านระบบสารสนเทศไปสู่มาตรฐานการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography: PQC ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การสำรวจและเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากรและระบบนิเวศ และการกำหนดธรรมาภิบาลกับมาตรฐานกำกับดูแล
นอกจากนี้ สกมช. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ทั้งการเตรียมความพร้อมต่อมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 กันยายน 2569 และ มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ หรือ Website Security Standard: WSS 1.0 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อยกระดับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของบริการดิจิทัลของหน่วยงาน พร้อมทั้งเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้สอดคล้องกับบริบทภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนขยายความร่วมมือด้านไซเบอร์กับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พลอากาศตรี อมร กล่าวว่า สกมช. จะยังคงเร่งขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จากการตั้งรับไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุก และเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี สกมช. ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงได้รับความร่วมมืออันดียิ่งจากทุกท่านเช่นนี้ต่อไป เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตไซเบอร์ไทยให้มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ สมดังเจตนารมณ์ของ NCSA 5 for Future และเป้าหมายการสร้าง Safe, Secure and Trusted Cyberspace สำหรับประเทศไทยอย่างยั่งยืน








