จากกรณีกระทรวงดีอีเรียก Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Facebook เข้ามาชี้แจงเรื่องการไลฟ์สดอนาจารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมสั่งให้ส่งข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมภายใน 3-5 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการสืบสวนดำเนินคดีนั่้น นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ที่เห็นความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในโซเชียลมีเดีย และอยากให้มีการขยายประเด็นไปถึงการโฆษณาซื้อขายบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มดังกล่าวอย่างแพร่หลายด้วย ที่ผ่านมาสมาคมฯเคยทำหนังสือเรียกร้องไปยังเจ้าของแพลตฟอร์มดังกล่าวให้ช่วยปิดกั้นการมองเห็นหรือห้ามการพูดคุย-โพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ แต่ไม่ได้รับการตอบรับในการแก้ปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด
นางสาวธัญญศรัณ เผยต่อว่า จากการติดตามและวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 พบโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายมากกว่า 1,240 โพสต์ โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาจากฝั่งผู้ขาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปี สะท้อนว่าตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดหย่อน ฝ่าฝืนกฎหมายห้ามโฆษณาห้ามขายออนไลน์ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างชัดเจน แม้ภาครัฐจะเดินหน้าปราบปรามมาโดยตลอด
“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่จำนวนโพสต์ที่เพิ่มขึ้น แต่คือรูปแบบของการซื้อขายที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ใช้แพลตฟอร์มเปิดหรือหน้าเพจสาธารณะ กลายเป็นการโพสต์ขายบน Facebook Market และ การรวมตัวใน Facebook Groups มีการชวนเข้า “กลุ่มปิด” ทำให้เกิดความคุ้นเคยและความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ใช้ตัวอักษรพิเศษเพื่อเลี่ยงการตรวจจับของอัลกอริทึม หรือติด #แฮชแท็ก เพื่อเพิ่มการมองเห็น จนพัฒนาเป็นระบบนิเวศการค้าผิดกฎหมายที่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ” นางสาวธัญญศรัณ กล่าว
นางสาวธัญญศรัณ กล่าวว่า อย่างไรก็ที่ผ่านมามีรายงานจากกรมสรรพสามิตที่ความกังวลบุหรี่เถื่อนบุหรี่ปลอมเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมากกว่าบุหรี่ถูกกฎหมาย เนื่องจากการผลิตไม่ได้มีการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน อาจมีสารปนเปื้อนจากสารเคมีตกค้าง รวมถึงเชื้อราในบุหรี่ ทำให้มีสารที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงเป็นการความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน และยังทำให้เยาวชนสามารถซื้อบุหรี่ได้ง่ายกว่าเดิม เพราะไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อ ขณะที่การกำกับดูแลผู้ค้ายาสูบถูกกฎหมายสามารถสอดส่องดูแลและลงโทษผู้ทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมสรรพสามิต และหน่วยงานของกระทรวงสาธรณสุข แต่รัฐกลับละเลยกลุ่มผู้ค้าออนไลน์เหล่านี้ทั้งๆ ที่มองเห็นการกระทำผิดและการปล่อยปละละเลยของเจ้าของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน
“พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กำหนดไว้อย่างชัดเจนให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีหน้าที่ลบหรือระงับข้อมูลที่ผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้การซื้อขายผิดกฎหมายได้หลบเข้าไปอยู่ในกลุ่มปิด พร้อมพัฒนาเทคนิคเลี่ยงการตรวจจับ ยิ่งทำให้การสกัดกั้นและควบคุมเนื้อหาทำได้ยากขึ้น สมาคมฯ จึงอยากสนับสนุนให้รัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอาจริงด้วยการแก้กฎหมายให้ทันเกม เพื่อให้สามารถเอาผิดและกำหนดความรับผิดชอบต่อแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม บังคับให้แพลตฟอร์มรับผิดอย่างเข้มข้น ลดเวลาการลบเนื้อหา และปิดช่องตีความที่เปิดทางให้หลีกเลี่ยงความผิด”
นางสาวธัญญศรัณ กล่าวต่อว่า หากรัฐสามารถเรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้ามาชี้แจงเรื่องคอนเทนต์ผิดกฎหมายประเภทอื่นได้ ก็ไม่ควรมองข้ามปัญหาบุหรี่เถื่อนออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เยาวชน ความปลอดภัยในโลกออนไลน์โดยตรงรวมถึงเป็นการแสดงความเคารพต่อร้านค้าถูกกฎหมายรากหญ้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัดด้วย








