ท่ามกลางบริบทของตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยฐานประชากรกว่า 660 ล้านคน และมูลค่า GDP รวมที่สูงเฉียด 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ความท้าทายในการบริหารโครงการให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำงานจึงเป็นสิ่งที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจอย่างมากการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ให้เป็นระบบที่ทำงานได้จริงอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ใต้ผืนดิน บนบก ท้องทะเล ไปจนถึงน่านฟ้า (Underground, land and sea to sky) จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น 'ทางรอด' ของอุตสาหกรรม"
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ ARV ประกาศความสำเร็จในการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์และ AI สัญชาติไทยบุกตลาดสากลในงาน Geo Connect Asia 2026 ภายใต้แนวคิดหลัก “Innovation, Autonomy & TECHNOLOGIES for the Ocean & Marine science economies” ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อตอบรับการเติบโตของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ในภูมิภาคอาเซียน โดย ARV ได้นำเสนอเทคโนโลยีผ่าน 4 โซนหลักภายในงาน เริ่มต้นที่โซน Ocean Connect Asia (OCA) ซึ่งเป็นเวทีชูโรงของบริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Rovula ในการเปิดตัว Xplorer ยานยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) ที่เข้ามาปฏิวัติการตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมโดยลดเวลา เพิ่มศักยภาพและความปลอดภัยในกระบวนการปฏิบัติงาน ต่อเนื่องไปยังโซน Drone and Uncrewed ที่ทาง บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ Skyller Solutions ได้จัดแสดงโซลูชันโดรนอัจฉริยะผ่าน SKYLLER Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานจากทางอากาศด้วยเทคโนโลยี AI ขณะที่ในส่วนของโซน Digital Construction ทาง ARV ได้นำเสนอแพลตฟอร์ม Deepzoom โดยอาศัยเทคโนโลยี AI Computer Vision ขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยี Multi-Target Multi-Camera Tracking (MTMC) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปฏิบัติการที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการจัดการโรงงานและ Smart City และท้ายที่สุดในส่วนของงาน Geo Connect Asia 2026 ทาง ARV ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบูรณาการโซลูชันอัจฉริยะครอบคลุมทุกมิติอุตสาหกรรม เพื่อสร้างโซลูชันที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมของเทคโนโลยีไทยในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
ภายในงาน ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Eric Chua เลขานุการรัฐสภาอาวุโสประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ครอบครัว และกระทรวงยุติธรรม ในฐานะตัวแทนรัฐบาลสิงคโปร์ เข้าร่วมเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมและ เทคโนโลยีที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนความมุ่งมั่นของสิงคโปร์ในการก้าวเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและองค์ ความรู้ระดับโลก โดยเฉพาะการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลและหุ่นยนต์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน
คุณธษภิชญ ถาวรสุข Head of Commercial บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) กล่าวว่า ความท้าทายหลักของการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการทำงานตรวจสอบแบบบูรณาการที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ใต้ทะเลจนถึงทางอากาศ คือการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ ARV จึงนำเสนอระบบนิเวศการตรวจสอบอัตโนมัติ (Autonomous Inspection Ecosystem) ที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่ใต้ทะเลลึกไปจนถึงบนท้องฟ้า ระบบดังกล่าวจะช่วยให้การส่งข้อมูลขึ้นสู่ระบบคลาวด์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การตรวจสอบพื้นที่หน้างานรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือช่วยลดความเสี่ยงจากการส่งบุคลากรลงปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายได้
สำหรับการจัดแสดงในครั้งนี้ ARV และบริษัทในกลุ่ม ได้นำเสนอระบบนิเวศการตรวจสอบอัตโนมัติ (Autonomous Inspection Ecosystem) ซึ่งแสดงให้เห็นถึง การทำงานสอดประสานกันของ 3 ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีหลัก ประกอบด้วย
● Xplorer (พัฒนาโดย Rovula): ยานยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle หรือ AUV) สำหรับงานตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล
คุณมยุรี แดงประสิทธิพร Sales Executive บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด (Rovula) แสดงวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของการตรวจสอบท่อใต้ทะเลด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยระบุว่า ท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเลเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน แต่การตรวจสอบด้วยวิธีดั้งเดิมนั้นมีต้นทุนการดำเนินงานค่อนข้างสูงและแฝงความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) ที่มีชื่อว่า Xplorer ของบริษัท Rovula จึงเข้ามาพลิกโฉมข้อจำกัดดังกล่าว ด้วยขีดความสามารถในการปฏิบัติงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเรือสนับสนุนระบบ DP2 ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยกระดับความแม่นยำและมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● Smart Aerial Inspection & Emission Monitoring (พัฒนาโดย Skyller Solutions): โซลูชันตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศ แบบครบวงจรด้วยโดรนอัจฉริยะ ที่ทำงานร่วมกับ SKYLLER Platform โดยรองรับการถ่ายภาพความละเอียดสูงและการสแกนจับความร้อน (Thermal Scanning) เพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น รอยร้าวหรือการกัดกร่อน ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายหรือเข้าถึงยาก ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินสภาพสินทรัพย์ได้ทันที โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิต ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานทั้งในอุตสาหกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นอกจากนี้ยังมีระบบการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ โดยใช้เซ็นเซอร์ชนิดพิเศษติดตั้งกับโดรน หรือข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อช่วยตรวจจับการปล่อยมลพิษได้อย่างแม่นยำ
คุณคุณาชาติ วิทูรสุนทร Technology Solution Team Lead บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (Skyller Solutions) ได้แบ่งปันมุมมองต่อการยกระดับตรวจสอบสินทรัพย์อุตสาหกรรมด้วยโดรนและ AI ระบุว่า ในอดีต การตรวจสอบสินทรัพย์ขนาดใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรจำนวนมหาศาล ทว่าปัจจุบัน แพลตฟอร์ม SKYLLER (SKYLLER Platform) ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานดังกล่าว ด้วยการผสานข้อมูลจากโดรนเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยในการวิเคราะห์และประเมินผล ส่งผลให้การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น และสามารถขยายการตรวจสอบไปยังสินทรัพย์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
● Deepzoom (พัฒนาโดย ARV): แพลตฟอร์ม Vision AI ที่แปลงข้อมูลวิดีโอจากแหล่งต่าง ๆ ให้เป็น Real-time Alerts และ Operational Insights เพื่อยกระดับความปลอดภัย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการผลิต โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเดิมแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายความละเอียดสูงด้วย AI ที่ช่วยให้การตัดสินใจจากข้อมูลการสำรวจมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทางด้าน คุณนภัสศัย ทิมศรี, Business Development and Product Solution บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) กล่าวถึงเทคโนโลยี Vision AI เพื่อแปลงข้อมูลภาพให้เป็นข้อมูลเชิงปฏิบัติการ โดยระบุว่า ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งมีกล้องจำนวนมาก แต่ยังใช้ประโยชน์ได้เพียงการบันทึก การดูย้อนหลัง และการแจ้งเตือนเบื้องต้น ระบบ Deepzoom เข้ามายกระดับวิดีโอที่มีอยู่ให้กลายเป็นระบบข้อมูลภาพเชิงปฏิบัติการ โดยอาศัยเทคโนโลยี AI Computer Vision และ Multi-Target Multi-Camera Tracking (MTMC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กล้อง AI ทั่วไปทำไม่ได้ ทำให้สามารถแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ พร้อมระบบ Smart Search ที่ค้นหาและติดตามบุคคลหรือยานพาหนะข้ามหลายกล้องได้ภายในไม่กี่วินาที
สิ่งที่สำคัญคือ Deepzoom ทำงานร่วมกับกล้อง CCTV ในโรงงาน กล้องบน Drone หรือกล้องบนหุ่นยนต์ได้ทันที และสามารถปรับแต่งตามความต้องการได้ ตั้งแต่ระบบความปลอดภัย Quality Control ไปจนถึง Operational Efficiency ในภาคอุตสาหกรรมและ Smart City ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น
การที่ ARV ได้ร่วมจัดแสดงผลงานบนเวทีระดับโลกอย่าง Ocean Connect Asia 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมของคนไทยเท่านั้น แต่คือการส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
"การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ในภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สามารถปฏิบัติงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ปัจจุบัน ARV และบริษัทในกลุ่ม เช่น Rovula และ Skyller Solutions ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์สัญชาติไทยมีศักยภาพทัดเทียมระดับสากล ระบบนิเวศการตรวจสอบอัตโนมัติของกลุ่มบริษัท ครอบคลุมตั้งแต่ยานสำรวจใต้ทะเลลึก Xplorer, โดรนตรวจสอบทางอากาศ ไปจนถึงการประมวลผลขั้นสูงผ่านระบบ Deepzoom ไม่เพียงแต่ช่วยภาคธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนแก่โครงสร้างพื้นฐานทางทะเลของภูมิภาคในระยะยาว" คุณธษภิชญ กล่าว








