ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล นำเสนอบทความเรื่อง "โพลยุคควอนตัม" ความว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกคุ้นเคยกับคำว่า AI, Big Data หรือ Digital Transformation จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ยังมีอีกหนึ่งคำที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในระดับโลก คือ “Quantum Era” หรือ “ยุคควอนตัม” กำลังกลายเป็นคลื่นการเปลี่ยนแปลงลูกใหม่ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคง และแม้แต่วงการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะหรือ “โพล” ด้วย
ยุคควอนตัม คือ ยุคที่องค์ความรู้ด้านควอนตัมถูกนำมาใช้ในการคำนวณ วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะระบบคำนวณควอนตัมที่มีศักยภาพประมวลผลข้อมูลซับซ้อนได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์แบบเดิมอย่างมหาศาล หลายประเทศและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น IBM, Google Quantum AI และ Microsoft Quantum ต่างเร่งลงทุนอย่างจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ยุคควอนตัมกำลังสร้างแรงกดดันต่อมหาวิทยาลัยทั่วโลกไม่น้อย เพราะระบบการศึกษากำลังถูกตั้งคำถามว่า จะสามารถผลิตคนให้ทันกับโลกยุคใหม่ได้หรือไม่ การศึกษาเรื่อง Quantum Index Report ของ MIT[1] ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาด้านควอนตัมยังคงกระจุกตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำและสถาบันที่มีงบประมาณสูง ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมกลับต้องการบุคลากรที่มีทักษะใหม่ ๆ ทั้ง coding, data analysis, cybersecurity และ computational thinking มากกว่าการเรียนเฉพาะศาสตร์แบบเดิม
จึงเริ่มเห็นมหาวิทยาลัยทั่วโลกปรับตัวสู่การเรียนรู้แบบข้ามศาสตร์ โดยผสาน computer science, engineering, data science และ AI เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงานในโลกอนาคต มากกว่าการเป็นเพียงผู้จดจำเนื้อหาในตำรา
ในมุมของวงการทำโพล ยุคควอนตัมอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วกำลังเกี่ยวข้องโดยตรง เพราะโลกของการทำโพลกำลังเปลี่ยนจากองค์กรทำโพลไปสู่องค์กรด้านข้อมูลอัจฉริยะมากขึ้น การสำรวจความคิดเห็นในปัจจุบันเริ่มผสาน AI, machine learning, social listening และ behavioral analytics เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้คน
บทความ “Who Is Polling the Strings? Human Agency and Manipulation of Opinions on the Road to the Quantum Era” ของ The Quantum Record[2] อธิบายว่า แบบจำลองคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data สามารถวิเคราะห์แนวโน้มความคิดเห็นสาธารณะได้แม่นยำมากขึ้น และอาจวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์และความรู้สึกของผู้คนได้ซับซ้อนยิ่งขึ้น จนนำไปสู่คำถามด้านจริยธรรมและความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ด้านสำนักโพลและองค์กรวิจัยในต่างประเทศก็เริ่มทำโพลเกี่ยวกับเทคโนโลยีควอนตัมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น YouGov สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในยุโรปเกี่ยวกับ Quantum Technology ส่วน ISACA Quantum Pulse Poll สำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านความน่าเชื่อถือทางดิจิทัล (digital trust) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (cybersecurity)
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า “ยุคควอนตัม” ไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และการสื่อสารสาธารณะ
สำหรับสวนดุสิตโพล ยุคควอนตัมอาจไม่ใช่การลงทุนสร้าง Quantum Computer ของตนเอง แต่เป็นการเตรียมองค์กรให้พร้อมกับโลกข้อมูลยุคใหม่ ผ่านการพัฒนา AI Literacy และ Computational Thinking ของบุคลากร รวมถึงการให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและจริยธรรมในการใช้ข้อมูล
ขณะเดียวกันยังสามารถต่อยอดสู่การทำโพลในอนาคตได้ เช่น การสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโลก หรืออาจมีบทบาทในการสื่อสารความรู้สู่สังคม เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าใจเทคโนโลยีอนาคตมากขึ้น เพราะในท้ายที่สุด เทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ได้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม
ยุคควอนตัมจึงเป็นการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีเรียนรู้ และวิธีทำความเข้าใจมนุษย์และสังคมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก และสำหรับวงการโพลความท้าทายสำคัญในอนาคต อาจไม่ใช่แค่การตอบคำถามว่า “โพลแม่นหรือไม่” แต่เป็น “ข้อมูลที่ใช้นั้นโปร่งใสและน่าเชื่อถือเพียงใด” ในโลกที่ข้อมูลและอัลกอริทึมทรงพลังมากขึ้นทุกวัน
อ้างอิง
[1] Ruane, J., Kiesow, E., Galatsanos, J., Dukatz, C., Blomquist, E., Shukla, P., “The Quantum Index
Report 2025”, MIT Initiative on the Digital Economy, Massachusetts Institute of Technology,
Cambridge, MA, May 2025.
[2] https://thequantumrecord.com/philosophy-of-technology/human-agency-manipulation-of-opinions-quantum-era/








