วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ครั้งที่ 3/2569 ร่วมกับหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรางที่เกี่ยวข้อง โดยในที่ประชุมฯ ได้มีการหารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรองรับสิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ในระบบขนส่งมวลชนทางราง ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้ส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งจะมุ่งเน้นช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
โดยมีหน่วยงานผู้ให้บริการด้านขนส่งมวลชนทางรางเข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย รฟท. รฟม. รฟฟท. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ERA1) ทั้งนี้ที่ประชุมฯ มีมติให้ ขร. แจ้งความประสงค์ของผู้ประกอบการขนส่งมวลชนทางราง ในการดำเนินการยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมมีการติดตามประเด็นที่มีผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง รวมถึงกำหนดแนวทางการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ดังนี้ สถิติเหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน 2569 รวม 15 ครั้ง ประกอบด้วย
• ระบบขับเคลื่อน 6 ครั้ง
• ระบบเบรค 2 ครั้ง
• ระบบประตูรถ 2 ครั้ง
• เครื่องนับเพลา 1 ครั้ง
• ระบบอาณัติสัญญาณ 1 ครั้ง
• ปัจจัยภายนอก 1 ครั้ง
• เหตุอื่น ๆ 2 ครั้ง
ทั้งนี้กรมราง ได้เน้นย้ำเรื่องการเก็บสถิติของชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ที่ชำรุด ไว้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงและการให้บริการสูงสุด








