นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 157,319 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,539 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,537 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยติดไวรัสนิปาห์แล้ว 6 ราย พบเป็นหมอในไทย
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง iBank ให้บริการสินเชื่ออเนกประสงค์ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้รับเหมาจีนทิ้งงานก่อสร้างสนามบินนราธิวาส
อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง ครม. อนุมัติให้ รฟม. เปิดพื้นที่ให้ ปชช. และผู้ประกอบการเช่าพื้นที่ตามแนว MRT สายสีน้ำเงิน
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ ณัฏฐา จันทัง เปิดรับแรงงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย แบบถูกกฎหมาย ผ่านกระทรวงแรงงาน มีวีซ่าทำงานถูกต้อง
อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กระทรวงคมนาคม เตรียมใช้ระบบกล้องจับความเร็วเฉลี่ยด้วย AI
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสั่งการ ผู้ใดช่วยเหลือกัมพูชาทางการทหาร มีความผิดฐานกบฏและมีโทษประหาร
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ไทยติดไวรัสนิปาห์แล้ว 6 ราย พบเป็นหมอในไทย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ผู้ป่วยที่มีรายงานล่าสุดเกิดขึ้นในต่างประเทศ คือประเทศอินเดีย และอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งไทยมีมาตรการคัดกรอง เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง เพิ่มการเฝ้าระวังในสถานพยาบาลและชุมชน เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ ห้องแยก และอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ และบูรณาการความร่วมมือแบบ One Health เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ในส่วนของคำแนะนำและมาตรการเฝ้าระวังโรคไวรัสนิปาห์ คือ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร และสัตว์ป่าทุกชนิด ไม่รับประทานผลไม้ที่ร่วงหล่นหรือมีรอยกัดแทะ ล้าง–ปอกเปลือกก่อนกิน ดื่มน้ำและอาหารที่สะอาด ปรุงสุก หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ซึม ไอ หรือหายใจเหนื่อย ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยง และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการของสาธารณสุขที่น่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/








