สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 2 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักต่อข่าวรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ต่ออิหร่าน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 85.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 2.22 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 92.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงขายในตลาดน้ำมันเกิดขึ้นหลังนักลงทุนเข้าทำกำไรจากการที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้น 5.66% ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้น 6.39% ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งสองตลาดปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินผลกระทบจากข่าวสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” (Economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยัง 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ
รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ภาคส่วนเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญที่อิหร่านใช้ในการประคับประคองเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับมาตรการดังกล่าวมากนัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร หลังจากก่อนหน้านี้ราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และอุปทานน้ำมันในตลาดโลก








