ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้ม แกว่งตัวในระดับสูงและยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 2569 โดยตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นหลัก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ยังทำการค้ากับอิหร่าน
ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า ปริมาณน้ำมันจากอิหร่านอาจลดลง หากมาตรการคว่ำบาตรถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้หากสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดัน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดน้ำมันและเส้นทางการขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน
1. ความเสี่ยงอุปทานจากอิหร่านเพิ่มขึ้น
การขู่คว่ำบาตรประเทศคู่ค้าของอิหร่านอาจกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านโดยตรง หากมาตรการมีผลในวงกว้าง ตลาดจะประเมินว่าอุปทานน้ำมันโลกมีโอกาสตึงตัวมากขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้ราคาน้ำมันมี Risk Premium สูงขึ้น
2. ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่านกลับมาตึงเครียด
การสิ้นสุดข้อตกลงสันติภาพโดยไม่มีสัญญาณกลับมาเจรจา ทำให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ ขณะที่คำเตือนของอิหร่านว่าจะตอบโต้รุนแรงเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
3. ราคาปรับขึ้นแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เบรนท์เพิ่มขึ้น 6.39% และ WTI เพิ่มขึ้น 5.66% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่านักลงทุนได้เข้าซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทานอย่างชัดเจน และราคาน้ำมันทั้งสองตลาดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 24 ก.ค. ในช่วงกลางสัปดาห์
ปัจจัยที่ต้องระวัง
แม้ภาพรวมยังเป็นบวก แต่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิด แรงขายทำกำไร โดยเฉพาะ WTI ที่ปิดสัปดาห์ที่ 87.06 ดอลลาร์/บาร์เรล และเบรนท์ที่ 94.39 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
นอกจากนี้ หากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านสามารถกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้ หรือมาตรการคว่ำบาตรมีผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันน้อยกว่าที่ตลาดคาด ราคาน้ำมันก็มีโอกาสถูกขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว
มุมมองตลาดวันที่ 24 ส.ค. 2569
แนวโน้มระยะสั้น: “ขาขึ้น แต่ผันผวนสูง”
ตลาดน่าจะยังให้น้ำหนักกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับ มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน การตอบโต้ของอิหร่าน และโอกาสกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
หากไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ราคามีโอกาส ทดสอบระดับสูงขึ้นต่อ โดยเฉพาะเบรนท์ที่กำลังเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ WTI มีโอกาสขยับเข้าใกล้ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ก่อนทำให้ตลาดมีโอกาสพักฐานเป็นระยะ
ก่อนเปิดตลาด 24 ส.ค. น้ำมันยังมีปัจจัยบวกนำตลาดจากความเสี่ยงด้านอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์ แต่ต้องจับตาแรงขายทำกำไรและข่าวการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น WTI มีโอกาสเดินหน้าสู่ 90 ดอลลาร์ และเบรนท์มีโอกาสเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคามีความเสี่ยงปรับฐานลงแรงจากระดับสูงในปัจจุบัน








