ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้ม ผันผวนในกรอบขาขึ้นระยะสั้น ก่อนเปิดตลาดวันที่ 10 ส.ค. 2569 แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังเผชิญแรงกดดันจากความคาดหวังว่าเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้ ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังไม่กล้าประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานจะหมดไปในเร็ว ๆ นี้
ปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน
1. ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย
ประเด็นสำคัญที่สุดในตลาดเวลานี้คือสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งพลังงาน การที่การเดินเรือยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนยังคงใส่ “ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” ไว้ในราคาน้ำมัน โดยตลาดตอบสนองทันทีเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับข้อจำกัดการเดินเรือหรือความล่าช้าในการเปิดเส้นทาง
2. อิหร่านพิจารณาจำกัดเรือสหรัฐฯ และอิสราเอล
ข่าวเกี่ยวกับร่างกฎหมายของอิหร่านที่อาจห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันในช่วงปลายสัปดาห์ เพราะสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมันยังไม่หมดไป
3. ราคาปรับขึ้นแรงในวันศุกร์
WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.15% ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ Brent ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 83.55 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนแรงซื้อกลับหลังราคาปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า
ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงกดดันจาก การปรับตัวลงอย่างหนักตลอดสัปดาห์ โดย WTI ลดลงมากกว่า 7% และ Brent ลดลงมากกว่า 8% ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนยังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลาย และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะทยอยกลับมาเป็นปกติ
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมากหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชะลอการโจมตีอิหร่านและมีความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ตลาดลดค่าความเสี่ยงจากภาวะอุปทานตึงตัวลงอย่างรวดเร็ว
มุมมองตลาดวันที่ 10 ส.ค.
มองว่า WTI มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบประมาณ 76-80 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยระดับ 78 ดอลลาร์เป็นจุดที่ตลาดต้องจับตา หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเกิดแรงซื้อเก็งกำไรต่อเนื่องและทดสอบบริเวณ 80 ดอลลาร์ ขณะที่หากหลุดระดับ 77 ดอลลาร์ อาจเปิดทางให้ราคากลับไปทดสอบระดับ 75-76 ดอลลาร์
สำหรับ Brent ระดับ 83 ดอลลาร์เป็นแนวรับสำคัญ หากยืนเหนือได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 85 ดอลลาร์ แต่หากความคืบหน้าในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซชัดเจนขึ้น อาจเกิดแรงขายและกดราคาให้กลับลงมาในกรอบ 80-82 ดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ตลาดน้ำมันในวันที่ 10 ส.ค. จะให้น้ำหนักกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่
- ความคืบหน้าการเจรจาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ หากยังไม่มีข้อตกลงชัดเจน ราคาจะยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทาน
- สถานการณ์การเดินเรือจริงในช่องแคบฮอร์มุซ เพราะแม้จะมีความพยายามทางการทูต แต่ตลาดต้องการเห็นการกลับมาของเรือพาณิชย์ในระดับที่ใกล้เคียงปกติก่อนจึงจะลดค่าความเสี่ยงลงอย่างเต็มที่
- ทิศทางดอลลาร์และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หากดอลลาร์แข็งค่าหรือมีสัญญาณอุปสงค์น้ำมันชะลอตัว อาจเป็นแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
ก่อนเปิดตลาดวันที่ 10 ส.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบมีโอกาส รีบาวด์ต่อในระยะสั้น แต่ยังอยู่ในภาวะผันผวนสูง โดยแรงหนุนหลักมาจากความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การปรับตัวลงกว่า 7-8% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ของการคลี่คลายความขัดแย้งและการฟื้นตัวของอุปทานเช่นกัน ดังนั้นทิศทางในช่วงต้นสัปดาห์มีแนวโน้มขึ้นอยู่กับ ข่าวภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าปัจจัยพื้นฐานน้ำมันเพียงอย่างเดียว








