สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายวันพุธที่ 5 สิงหาคม (ตามเวลาสหรัฐฯ) หลังนักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความคาดหวังว่าความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศจะผ่อนคลายลง ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับมาเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวลดลง 55 เซนต์ หรือ 0.73% ปิดที่ระดับ 75.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 79.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บรรยากาศการซื้อขายได้รับอิทธิพลจากการประเมินสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดพลังงานโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการรับรองความปลอดภัยด้านการเดินเรือ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าหากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ กองทัพสหรัฐฯ ก็พร้อมดำเนินมาตรการตอบโต้ทันที
ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการหารือเพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อสรุปประเด็นที่เห็นพ้องกัน
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ความสำเร็จของกระบวนการดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญ คือจะต้องไม่มี "บุคคลที่สามบางฝ่าย" เข้ามาแทรกแซงหรือขัดขวางการเจรจา ซึ่งนักลงทุนยังคงติดตามพัฒนาการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกและทิศทางราคาพลังงานในระยะต่อไป








