ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายวันอังคารที่ 4 ส.ค. 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 900 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามอิหร่าน ส่งผลให้แรงซื้อไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และผลักดันดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวงกว้าง
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 54,085.88 จุด เพิ่มขึ้น 907.47 จุด หรือ 1.71% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,736.52 จุด เพิ่มขึ้น 136.02 จุด หรือ 1.79% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,584.99 จุด เพิ่มขึ้น 671.10 จุด หรือ 2.59%
สำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้นในดัชนี S&P500 พบว่า หุ้น 6 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำตลาดพุ่งขึ้น 4.1% จากแรงซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ตามมาด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุที่ปรับตัวขึ้น 2%
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกลุ่มที่เผชิญแรงขาย โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 0.6% และหุ้นกลุ่มพลังงานอ่อนตัวลง 0.5% หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลงจากความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง หากสามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามอิหร่านได้ในระยะข้างหน้า








