ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับแรงซื้อในหุ้น Boeing และ Coca-Cola ซึ่งช่วยพยุงตลาด แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปยังเผชิญแรงขาย ท่ามกลางการจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสัปดาห์นี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,747.32 จุด เพิ่มขึ้น 537.24 จุด หรือ 1.03% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,428.78 จุด เพิ่มขึ้น 15.60 จุด หรือ 0.21% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,876.91 จุด ลดลง 55.17 จุด หรือ 0.22%
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังคงผันผวน หลังนักลงทุนกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Alphabet, Microsoft และ Amazon อาจใช้เงินลงทุนในศูนย์ข้อมูลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สูงเกินไป ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม AI
ก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาส หุ้น Microsoft ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่หุ้น Amazon ลดลง 0.2% ส่วนหุ้น Apple ปิดบวกเกือบ 1% ที่ 340.08 ดอลลาร์สหรัฐ และระหว่างวันทำสถิติแตะ 342.89 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกชั่วคราว ก่อนจะรายงานผลประกอบการในวันที่ 30 กรกฎาคม
ในอีกด้านหนึ่ง หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปยังถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี PHLX Semiconductor ร่วงลง 4.5% ส่งผลให้ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงราว 25% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน แม้ยังคงให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 56% นับตั้งแต่ต้นปี 2569
สำหรับการเคลื่อนไหวรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 2.4% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นที่เพิ่มขึ้น 2% และหุ้นกลุ่มวัสดุที่บวก 1.7% ขณะที่แรงขายในหุ้นกลุ่มชิปกดดันให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง 1.4%
นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐในระยะสั้น โดยเฉพาะแนวโน้มการลงทุนด้าน AI และการเติบโตของผลกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี








