สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงมากกว่า 3% ในวันศุกร์ (24 ก.ค.) หลังแหล่งข่าวเปิดเผยว่า จีนได้เริ่มผลักดันให้มีการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่หยุดชะงัก ส่งผลให้นักลงทุนขายสัญญาน้ำมันเพื่อทำกำไร อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมัน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 2.88 ดอลลาร์ หรือ 3.12% ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่เพิ่มขึ้น 8.27% ในรอบสัปดาห์นี้
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 3.91 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 96.78 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่เพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในรอบสัปดาห์นี้
ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างมาก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้กันด้วยการยิงขีปนาวุธ การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก และกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือขนส่งในทะเลแดง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านและกลุ่มฮูตี หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง
อิหร่านได้กดดันให้กลุ่มฮูตีปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากช่องแคบฮอร์มุซที่ปากอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลำเลียงน้ำมันผ่านท่อส่งเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน








