การจัดอันดับคุณภาพอากาศของเมืองใหญ่ทั่วโลกประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า กินชาซา ประเทศคองโก-กินชาซา มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 157 อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
ขณะที่ กัมปาลา ประเทศยูกันดา ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยค่า AQI 156 และ โกลกาตา ประเทศอินเดีย อยู่ในอันดับ 3 ด้วยค่า AQI 137 สะท้อนให้เห็นว่าหลายเมืองทั่วโลกยังคงเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
10 อันดับเมืองมลพิษโลก วันที่ 25 กรกฎาคม 2569
กินชาซา, คองโก-กินชาซา – AQI 157
กัมปาลา, ยูกันดา – AQI 156
โกลกาตา, อินเดีย – AQI 137
เทลอาวีฟ, อิสราเอล – AQI 126
เดลี, อินเดีย – AQI 124
ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – AQI 122
เยรูซาเลม, อิสราเอล – AQI 119
กว่างโจว, จีน – AQI 117
เม็กซิโกซิตี, เม็กซิโก – AQI 115
โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้ – AQI 114
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลกที่ยังคงอยู่ในระดับน่ากังวล โดยค่าดัชนี AQI ที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นเวลานาน
แนวทางป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองหรือ AQI อยู่ในระดับสูง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ติดตามค่าคุณภาพอากาศและค่า AQI เป็นประจำก่อนออกจากบ้าน
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน N95 หรือเทียบเท่า เมื่อจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้ง
- ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนัก
- ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง และใช้เครื่องฟอกอากาศหากมี
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ
- เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคปอด ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดี
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือแสบตารุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
แม้สถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละเมืองจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามสภาพอากาศและกิจกรรมในพื้นที่ แต่การติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ








