สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. หลังนักลงทุนเทขายทำกำไรภายหลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 65 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 78.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 72 เซนต์ หรือ 0.85% ปิดที่ 84.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ราคาน้ำมันจะปิดในแดนลบ แต่การปรับตัวลงเป็นเพียงการอ่อนตัวหลังจากระหว่างวันราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 1% โดยก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ส่วนราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. สะท้อนว่าตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ขอให้กลุ่มฮูตีในเยเมนเตรียมพร้อมปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมสู่ทะเลแดง หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์บานปลายจนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันและพลังงานทั่วโลก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แม้ระยะสั้นตลาดจะเผชิญแรงขายทำกำไรก็ตาม.








