ประธานรัฐสภา ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้และผู้พิการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 นำร่องช่วยเหลือ 10 ครัวเรือนใน 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมตั้งเป้าขยายความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้เดือดร้อน
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานชมรมทำคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน เป็นประธานในพิธียกเสาเอกบ้านของ นายตุ๊ มิสันเทียะ ชาวบ้านใหม่สวนแตง ตำบลลำปลายมาศ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการสร้างบ้านเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระปกเกล้า มูลนิธิอาณัตพล ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) และชมรมทำคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน โดยมีนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมในพิธี
นายตุ๊ มิสันเทียะ เปิดเผยว่า รู้สึกซาบซึ้งและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสมีบ้านที่มั่นคง หลังจากที่ผ่านมาอาศัยอยู่ในเพิงพักชั่วคราวบนที่ดินของญาติ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและไม่ปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะดูแลรักษาบ้านหลังใหม่ให้ดีที่สุด และตั้งใจใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนความเมตตาจากทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ นายตุ๊เป็นผู้มีฐานะยากไร้ และเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่อุทิศตนทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด จึงได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการ โดยเทศบาลเมืองลำปลายมาศได้ดำเนินการรื้อถอนที่พักเดิมและเริ่มก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้
จากนั้น นายโสภณ พร้อมคณะ เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองลำปลายมาศ เพื่อร่วมพิธีมอบโครงการสร้างบ้านผู้ยากไร้และผู้พิการถวายเป็นพระราชกุศล จำนวน 10 ครัวเรือน โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และรับชมผลการดำเนินโครงการสร้างบ้านในรอบปีที่ผ่านมา
นายโสภณ กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ผู้พิการ และผู้ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลำปลายมาศ หนองหงส์ คูเมือง พุทไธสง บ้านใหม่ไชยพจน์ และนาโพธิ์ โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด ต้องเป็นผู้เดือดร้อนจริง มีความประพฤติดี และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรืออบายมุข
ประธานรัฐสภา ระบุว่า แม้ระยะแรกจะช่วยเหลือ 10 ครัวเรือน แต่ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายโครงการทุกปี และรายงานผลการดำเนินงานในวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดีผ่านการทำความดีเพื่อสังคม สำหรับการดำเนินโครงการ เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยชุมชนร่วมแรงก่อสร้าง ขณะที่หน่วยงานสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ยากไร้และผู้พิการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน








