“อนุทิน” ผนึกหอการค้าไทย-สภาหอการค้าฯ ยกระดับความร่วมมือรัฐ-เอกชนบุกตลาดโลก ชูโมเดล “ไทย-เวียดนาม” เปลี่ยนคู่แข่งเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมระหว่างคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานเศรษฐกิจ กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า
นายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมว่าจากการเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมงาน ASEAN Forum ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลได้มีการพาผู้แทนภาคเอกชนไทยและนักลงทุนรายใหญ่ไปร่วมงานด้วย เช่น กลุ่มอมตะ เซ็นทรัล และกลุ่ม WHA
ที่ผ่านมาภาคเอกชนของไทยมีการเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการเดินทางในฐานะนักลงทุนส่วนบุคคล รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงรูปแบบการร่วมคณะเดินทางไปต่างประเทศ โดยจะเน้นการเชิญตัวแทนในนามสภาหรือองค์กรธุรกิจอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทางสภาฯ สามารถจัดสรรผู้ที่เหมาะสมเข้าร่วมคณะ ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาธุรกิจมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ในการเดินทางไปเยือนเวียดนามในครั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันไทยและเวียดนามควรเปลี่ยนจากการเป็นคู่แข่งมาเป็นคู่ค้าและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากทั้งสองประเทศมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการผนึกกำลังกันจะช่วยเสริมศักยภาพให้ทั้งสองประเทศสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการผลิตสินค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยรัฐบาลไทยได้สื่อสารความต้องการของภาคธุรกิจไทยไปยังรัฐบาลเวียดนาม เพื่อให้ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในเวียดนามอย่างเต็มที่แล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้มีความเชื่อมั่นว่าการจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยรัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและผลักดัน เพื่อให้ได้เงื่อนไขทางการค้าที่ดีที่สุดในการเปิดตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยการตัดสินใจลงทุนและการเปิดช่องทางตลาดใหม่ๆ จากภาคเอกชนทั่วโลก
ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เชิญชวนให้คณะกรรมการหอการค้าฯ หารือและสอบถามข้อสงสัยกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายประเด็นปัญหาต่างๆที่ยังคั่งค้าง และร่วมกันวางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป








