วันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ได้รายงานผลประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 แล้วหรือยังว่า นายปกรณ์ กำลังเตรียมผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ที่ตนบอกว่าจบคือจบว่าประชาชนไม่ต้องกังวล ไม่มีการปกป้องใคร มีความชัดเจนไม่ต้องมานั่งคิดว่า คนนี้ คนนั้นจะได้รับการปกป้อง คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ค่อนข้างกระจายไปในระบบราชการ โดยเฉพาะระบบที่ต้องสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดี ตนค่อนข้างพึงพอใจว่า เพื่อนข้าราชการฝ่ายประจำ ได้นำแนวปฏิบัติของตน ไปสั่งการและดำเนินการ อย่างเมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค. มีหลายหน่วยงานเข้ามาหารือกับตน กับนายปกรณ์ ซึ่งนายปกรณ์ก็พูดขึ้นมาว่า ให้ยึดถือแนวทางนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรม แล้วดำเนินการ จะได้สบายใจทุกฝ่าย เปิดมาแจ็คพอตโดนคนไหนก็คนนั้น ไม่ว่าจะใหญ่ จะเล็ก จะเป็นการเมือง จะเป็นประจำก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ตามที่นายปกรณ์บอกว่ามีคนเข้าไปมีส่วนร่วมกว่า 100 คนมีนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่จำเป็นต้องไปรู้ว่าใครเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการไปสืบสวน ตนไม่ต้องการเห็น ไม่ต้องการรู้ สมมุติใครติดต่อมาหาตน หรือคนที่อยู่รอบตัว ตนก็ตอบได้เต็มที่ว่าไม่รู้ ไม่ยุ่งเกี่ยวแนวทางคือ ถ้าโดนใคร คนนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุก โทษไม่หนักก็ลดหลั่นลงมา
เมื่อถามย้ำว่า ข้อมูลขณะนี้ยังไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โดนใครก็คนนั้น ตนจะไปถามทำไมว่ามีนักการเมืองหรือไม่ เพราะว่าตนมอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุด ตนไม่สามารถไปบังคับได้ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนอกเหนือการกำกับดูแลของตน หรือแม้กระทั้งคณะกรรมการที่ตนตั้งไปก็ไม่ไปก้าวก่าย ไม่ถามใดๆ ทั้งสิ้น ตนยังบอกว่า ในการรายงานต่างๆ ให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน
เมื่อถามว่า ข้าราชการท้องถิ่นที่จะถูกให้ออกจากกรณีนี้ จะกลับเข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องของเขา ใครผิด ใครที่ถูกถอนชื่อไป ก็ไปใช้สิทธิ์ คนที่ถูกถอนชื่อไป มีส่วนร่วมในการกระทำผิดก็ถูกดำเนินคดี
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นมีคนติดคุกแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ใช่ศาล แต่มีคนต้องถูกหน่วยงานถูกฝ่ายตรวจสอบแจ้งความดำเนินคดี อันนี้ตนคิดว่าแน่นอน
เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรอบหน้าได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ไม่เกิน 30 ก.ย.นี้”
เมื่อถามว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร เป็นสายใคร นายอนุทิน กล่าวว่าเขามาตามความก้าวหน้าของการรับราชการของเขา เมื่อถามย้ำว่า มีเรื่องเส้นสายอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี คนตั้งอยู่นี้ ตนตั้งตามหน้าที่การงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอขึ้นมาว่า มีความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ ตนก็ต้องฟังปลัดกระทรวงในระดับอธิบดีส่วนใหญ่ ถ้าไม่มีความเห็นแย้ง ตนก็เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าเข้ามาแล้วทำผิดก็เป็นไปอย่างที่เห็น
ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองในการทำหน้าที่








