ตลาดหุ้นนิวยอร์กเข้าสู่การซื้อขายวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงระมัดระวัง หลังการซื้อขายในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดบวกได้จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และบริษัทที่รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วน Nasdaq ยังคงเผชิญแรงขายจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลต่อการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และรอประเมินผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้
ภาพรวมตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดล่าสุด
การซื้อขายเมื่อวันศุกร์ ดัชนีสำคัญทั้ง 3 ดัชนีเคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,947.25 จุด เพิ่มขึ้น 235.60 จุด หรือ 0.46%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,411.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.68 จุด หรือ 0.05%
ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 24,975.82 จุด ลดลง 161.87 จุด หรือ 0.64%
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมตลอดสัปดาห์ พบว่าตลาดยังเผชิญแรงกดดัน โดยดาวโจนส์ลดลง 0.4% นับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ S&P500 ลดลง 0.6% และ Nasdaq ร่วง 2% ซึ่งเป็นการปิดลบต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2
หุ้นอสังหาริมทรัพย์โดดเด่น หนุนดาวโจนส์
แรงหนุนสำคัญของตลาดในวันศุกร์มาจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดในดัชนี S&P500 โดยปรับตัวขึ้นถึง 2.4%
หุ้นที่โดดเด่นคือ Digital Realty Trust ซึ่งทะยานขึ้นถึง 11% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์เงินทุนจากการดำเนินงาน (Funds From Operations: FFO) ตลอดทั้งปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่ยังเติบโต แม้ว่าตลาดจะเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว
การฟื้นตัวของหุ้นอสังหาริมทรัพย์ยังช่วยดึงเม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยง (Defensive Stocks) หลังนักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าปรับขึ้นสูงในช่วงก่อนหน้า
วิเคราะห์หุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 27 ก.ค. 2569
สำหรับการซื้อขายในวันจันทร์ คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา ได้แก่
ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการลงทุนมหาศาลในธุรกิจ AI สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามความคาดหวังหรือไม่
แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน AI ซึ่งเริ่มเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญ หลังหลายบริษัทเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและผลกำไรในอนาคต
การหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน (Sector Rotation) จากหุ้นเทคโนโลยีไปยังกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งอาจยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับตลาด
มุมมองการลงทุน
แม้ดาวโจนส์จะสามารถปิดบวกได้ แต่ภาพรวมของตลาดยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะผลประกอบการของกลุ่ม Big Tech ซึ่งมีอิทธิพลต่อทิศทางของ Nasdaq และ S&P500 อย่างมาก
หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด พร้อมแสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้าน AI เริ่มสร้างรายได้และกำไรอย่างเป็นรูปธรรม ตลาดอาจกลับมาได้รับแรงซื้ออีกครั้ง แต่หากตัวเลขต่ำกว่าคาดหรือมีการส่งสัญญาณเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยที่ผลตอบแทนยังไม่ชัดเจน อาจกดดันให้หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้ การเปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง โดยนักลงทุนทั่วโลกจะจับตาทั้งผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่และทิศทางการลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์.








