วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิด 27 ก.ค. 2569 จับตาผลประกอบการ Big Tech หลัง Nasdaq ถูกกดดันจากหุ้นชิปและความกังวลการลงทุน AI
ตลาดหุ้นนิวยอร์กเข้าสู่การซื้อขายวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 ด้วยบรรยากาศที่ยังคง "ระมัดระวัง" แม้ดัชนีดาวโจนส์จะปิดบวกในวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่แรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด โดยเฉพาะก่อนการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนระยะสั้น
ในการซื้อขายล่าสุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,947.25 จุด เพิ่มขึ้น 235.60 จุด (+0.46%) ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,411.98 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 3.68 จุด (+0.05%) ส่วน Nasdaq ปิดที่ 24,975.82 จุด ลดลง 161.87 จุด (-0.64%)
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมรายสัปดาห์ ตลาดยังแสดงสัญญาณอ่อนแรง โดยดาวโจนส์ปรับตัวลง 0.4% ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ S&P500 ลดลง 0.6% และ Nasdaq ร่วง 2% นับเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2
หุ้นอสังหาริมทรัพย์-วัสดุ หนุนดาวโจนส์
แรงซื้อในวันศุกร์กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นดาวเด่นของตลาด เพิ่มขึ้น 2.4% หลัง Digital Realty Trust ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลการดำเนินงานทั้งปี ส่งผลให้ราคาหุ้นทะยานกว่า 11%
ด้านหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น 1.44% จากแรงซื้อในหุ้นกระดาษและบรรจุภัณฑ์ โดย International Paper และ Smurfit Westrock ต่างพุ่งขึ้นกว่า 11% หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ SLB ผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน ปรับตัวขึ้นราว 11% หลังรายงานกำไรไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
หุ้นเทคโนโลยียังเป็นแรงกดดันสำคัญ
แม้หุ้นวัฏจักรหลายกลุ่มจะปรับตัวแข็งแกร่ง แต่แรงขายในหุ้นเทคโนโลยียังคงจำกัดการฟื้นตัวของดัชนี S&P500 โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง 0.88% ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายจากความกังวลว่าการลงทุนด้าน AI ของบริษัทยักษ์ใหญ่อาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการสร้างผลตอบแทน
นักลงทุนจึงเลือกชะลอการลงทุนและรอประเมินผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการลงทุนมหาศาลใน AI จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่ตลาดคาดหวังหรือไม่
แนวโน้มก่อนเปิดตลาด 27 ก.ค. 2569
คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะเปิดซื้อขายด้วยความผันผวน โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของ Nasdaq และ S&P500
มุมมองของนักลงทุนต่อการลงทุนด้าน AI และแนวโน้มการเติบโตของกำไร
การหมุนเงินลงทุน (Sector Rotation) ไปยังหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ วัสดุ พลังงาน และหุ้น Value ที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง
ความสามารถของดัชนีดาวโจนส์ในการรักษาแรงซื้อ หลังปรับตัวลงต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ในระยะสั้น ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวแบบ "Selective Buy" โดยเม็ดเงินมีโอกาสไหลเข้าสู่หุ้นที่ประกาศผลประกอบการดีกว่าคาด ขณะที่หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อาจยังเผชิญแรงขายทำกำไรจนกว่าผลประกอบการของบริษัท Big Tech จะออกมายืนยันว่าการลงทุนด้าน AI สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
หากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีออกมาดีกว่าคาด ตลาดมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้ แต่หากต่ำกว่าความคาดหวัง Nasdaq อาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ขณะที่ดาวโจนส์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่าจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจดั้งเดิมและหุ้น Value








