เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ได้ประกาศใช้เงินลงทุนรวม 16,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียง 2 วัน เพื่อเข้าซื้อกิจการ เทย์เลอร์ มอร์ริสัน โฮม คอร์ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ และเพิ่มการลงทุนในอัลฟาเบท บริษัทแม่ของกูเกิล เพื่อสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตามองอย่างมากจากตลาดการเงินโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในดีลขนาดใหญ่ชุดแรกภายใต้การบริหารของ เกร็ก เอเบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ อย่างเป็นทางการ และกำลังเริ่มสร้างเอกลักษณ์การลงทุนในแบบของตนเอง
ที่ผ่านมา การลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีไม่ใช่แนวทางหลักของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ อย่างไรก็ตาม ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ ชาร์ลี มังเกอร์ อดีตรองประธานบริษัทผู้ล่วงลับ ต่างยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าลงทุนในกูเกิลตั้งแต่ช่วงแรก
โดย ชาร์ลี มังเกอร์ เคยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเราทำพลาดไปเอง” ขณะที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ระบุว่า “พวกเราปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดมือไป” เนื่องจากมองว่ารูปแบบธุรกิจโฆษณาของกูเกิลมีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรอย่างยั่งยืน คล้ายกับธุรกิจประกันภัยรถยนต์ไกโค ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่สร้างผลตอบแทนมหาศาลให้กับเบิร์กเชียร์มาอย่างยาวนาน
ต่อมาในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 เบิร์กเชียร์เริ่มทยอยสะสมหุ้นอัลฟาเบทอย่างจริงจัง ก่อนที่ เกร็ก เอเบล จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอในเดือนมกราคม 2569
ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ระบุว่า เบิร์กเชียร์ถือครองหุ้นอัลฟาเบทอยู่แล้วคิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีเงินสดสำรองสะสมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 380,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเงินสดจำนวนมหาศาลดังกล่าวเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาหุ้นของบริษัทซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมมาโดยตลอด
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว เกร็ก เอเบล จึงเริ่มขับเคลื่อนเงินทุนเข้าสู่การลงทุนเชิงรุกมากขึ้น โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เบิร์กเชียร์ประกาศเข้าซื้อกิจการ เทย์เลอร์ มอร์ริสัน โฮม คอร์ป มูลค่า 6,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดีลดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเบิร์กเชียร์ ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ผลิตบ้านสำเร็จรูป ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อาทิ อิฐ สีทาบ้าน และฉนวนกันความร้อน ตลอดจนธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ
เพียงหนึ่งวันถัดมา ในวันที่ 1 มิถุนายน เบิร์กเชียร์ยังได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจงของอัลฟาเบท มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระดมทุนรวม 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของอัลฟาเบท เพื่อนำเงินไปลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี AI และขยายศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเบิร์กเชียร์ที่มีต่อศักยภาพการเติบโตของ AI และส่งผลให้อัลฟาเบทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 หุ้นสามัญที่บริษัทถือครองมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยให้มุมมองว่า แอปเปิล ซึ่งเป็นหุ้นอันดับหนึ่งในพอร์ตของเบิร์กเชียร์ มีลักษณะใกล้เคียงกับหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่าหุ้นเทคโนโลยี แม้บริษัทจะเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกก็ตาม
แม้เบิร์กเชียร์จะยืนยันว่าจะรักษาระดับเงินสดสำรองขั้นต่ำไว้ที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่บรรดานักลงทุนยังคงคาดหวังว่า ภายใต้การนำของ เกร็ก เอเบล บริษัทอาจมีการใช้เงินสดเชิงรุกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม หรือแม้กระทั่งการพิจารณาจ่ายเงินปันผล ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งแรกของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2510 และอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์
#BerkshireHathaway #เกร็กเอเบล #วอร์เรนบัฟเฟตต์ #Google #Alphabet #AI #ลงทุนหุ้น #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเงิน #ตลาดหุ้น #หุ้นสหรัฐ #การลงทุน #ธุรกิจโลก #เศรษฐกิจโลก #TaylorMorrison #อสังหาริมทรัพย์ #ปัญญาประดิษฐ์ #หุ้นเทคโนโลยี #นักลงทุน #BerkshireลงทุนAI








