ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนียังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภายหลังมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุร่างข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ขณะเดียวกันตลาดยังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,668.97 จุด เพิ่มขึ้น 24.69 จุด หรือ 0.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,563.63 จุด เพิ่มขึ้น 43.27 จุด หรือ 0.58% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,917.47 จุด เพิ่มขึ้น 242.74 จุด หรือ 0.91%
รายงานจากสำนักข่าว Axios ระบุว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งรวมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกันนี้อิหร่านจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังระบุว่า สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออิหร่าน โดยเตรียมยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือบางแห่ง และอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้ในวงจำกัด
ขณะเดียวกัน อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเปิดการหารือเกี่ยวกับการจำกัดหรือระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม รวมถึงการเจรจาเพื่อลดหรือเจือจางคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง
ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยนักลงทุนมองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง อาจส่งผลดีต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป








