เมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 บริษัท เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 พ.ค.) ซึ่งออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทั้งด้านรายได้และกำไร พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ตลอดปี หลังได้รับอานิสงส์จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ภายหลังการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นประเภท Class C ของเดลล์พุ่งขึ้นกว่า 39% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางธุรกิจ AI ของบริษัท
เดลล์เปิดเผยว่า รายได้รวมในไตรมาสล่าสุดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.384 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรต่อหุ้นหลังหักรายการพิเศษอยู่ที่ 4.86 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.88 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ที่ตลาดคาดไว้เพียง 3.481 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้จากธุรกิจเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Infrastructure Solutions Group (ISG) อยู่ที่ 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2570 เพิ่มขึ้นถึง 757% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นอีก 79% จากไตรมาสก่อนหน้า
เจฟฟ์ คลาร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเดลล์ เปิดเผยว่า บริษัทมียอดสั่งซื้อด้าน AI รวมทั้งสิ้น 2.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถรับรู้รายได้จากเซิร์ฟเวอร์ AI ได้แล้ว 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกันนี้บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากเซิร์ฟเวอร์ AI ในปีงบการเงิน 2570 ขึ้นสู่ระดับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความต้องการด้าน AI ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและไม่มีสัญญาณชะลอตัว
ทั้งนี้ เดลล์มียอดคำสั่งซื้อค้างส่ง หรือ backlog ของเซิร์ฟเวอร์ AI อยู่ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 1/2570 เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส 4/2569
นับตั้งแต่กระแส AI เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี 2565 เดลล์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาด ผ่านการพัฒนาและจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์สำหรับงาน AI โดยร่วมมือกับ อินวิเดีย (Nvidia) ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของโลก เพื่อให้บริการโซลูชัน AI แบบครบวงจร ตั้งแต่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปไปจนถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
#Dell #AI #หุ้นเทคโนโลยี #ปัญญาประดิษฐ์ #Nvidia #หุ้นสหรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจ #เทคโนโลยี #เซิร์ฟเวอร์AI #ข่าวหุ้น








