ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กปิดผันผวนในการซื้อขายวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงกว่า 2% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง จากกรณีกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความหวังในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน ทำให้นักลงทุนกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2.71 ดอลลาร์ หรือ 2.81% ปิดที่ 93.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 3.44 ดอลลาร์ หรือ 3.58% ปิดที่ 99.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ก่อนหน้านี้ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณเชิงบวก โดยระบุว่าการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้การเจรจาเผชิญความไม่แน่นอนอีกครั้ง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าการที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในจังหวัดฮอร์โมซ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเพิ่งมีผลบังคับใช้มาเกือบ 7 สัปดาห์
นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดคณะเจรจาของอิหร่านว่า อิหร่านได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 24,000 ล้านดอลลาร์ โดยยืนกรานว่าครึ่งหนึ่งของวงเงินดังกล่าวจะต้องสามารถเข้าถึงได้ทันที หลังมีการประกาศบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ส่วนที่เหลือต้องโอนภายใน 60 วัน








