“สิริพงศ์” เตือนทางรถไฟเป็นพื้นที่อันตราย ไม่ปลอดภัย หลังมีประชาชนถูกเฉี่ยวชน ชี้เหตุการณ์ต่างกันกับแยกมักกะสัน แจงศึกษาทดลองรถไฟเลี่ยงเข้าเมือง 3 เดือนยังไม่ใช่ข้อสรุป
ทำเนียบ วันที่ 19 พ.ค.69 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีชายถูกรถไฟเฉี่ยวชนบริเวณริมทางรถไฟมักกะสัน ว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ต่างจากครั้งที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุบริเวณทางเชื่อมทางหลักของรถไฟ และมีอุปกรณ์ที่กั้นทางรถไฟไว้ ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บได้ล้ำเข้าไป เพื่อไปปัสสาวะ จึงทำให้ถูกเฉี่ยวชน ประเด็นดังกล่าวก็ต้องว่า กันไปตามกฏหมาย ซึ่งทางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แต่เป็นสถานที่อันตราย จุดทางเชื่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่เหตุการณ์นี้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วปกติในเส้นทางไม่ใช่จุดตัดทางเชื่อม และเกิดขึ้นระยะกระชั้นชิดมาก ไม่สามารถเบรกได้ทัน ซึ่งจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ย้ำว่าทางรถไฟไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง
เมื่อถามถึงมาตรการทดลอง ไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกรุงเทพชั้นในเป็นระยะเวลา 3 เดือนมีเสียงสะท้อนจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ประชาชนที่เข้ามาทำงานในเมืองหรือนักเรียน นักศึกษา นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ รฟท. ไปทำแผนมาเสนอภายใน 2 เดือน โดยใช้เวลารวม 3 เดือนในการพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ดำเนินการมาแล้วในอดีต จึงนำข้อท้วงติงต่างๆมาพูดคุยกัน เช่น นำรถของ ขสมก. มาเดินรถขนานกับรถไฟ ปรากฏว่ามีความล่าช้า แต่ให้เปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้เป็นการศึกษาเสนอแนะแนวทางยังไม่มีการทดลองใช้ แต่หากจะทดลองใช้ก็เป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งแผนยังไม่ได้นำส่ง เรารับฟังทุกเสียง แต่หลักในการจัดการคมนาคมที่ผ่านมา คือการนำระบบรางขึ้นลอยฟ้าให้หมด ก็จะเหมือนกับเส้นบางซื่อไปจนถึงรังสิต ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้จริง และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อคือระบบ Missing link ที่ยังทำไม่เสร็จ หากแล้วเสร็จก็จะเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา ของ รฟท.








