โครงสร้างล้มเหลว หรือ คนประมาท? ถอดชนวนโศกนาฏกรรม “รถไฟชนรถเมล์” มักกะสัน สังเวย 8 ศพ ใครต้องรับผิดชอบ!
กลายเป็นฝันร้ายกลางกรุงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สำหรับอุบัติเหตุรุนแรงกรณีขบวนรถชานเมืองที่ 367 เฉี่ยวชนกับรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟระหว่างสถานีมักกะสัน - คลองตัน (ช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก) แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรวมถึง 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
ท่ามกลางความโศกเศร้า คำถามสำคัญที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ขณะนี้คือ "โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เกิดจากโครงสร้างระบบเดินรถและจุดตัดที่ล้มเหลว หรือเกิดจากความประมาทของตัวบุคคลกันแน่?"
ทั้งนี้ หากมองในมุมของเม็ดเงินเยียวยาและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ความพร้อมและวินัยจราจร" ของผู้ขับขี่รถสาธารณะถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยหลังเกิดเหตุไม่นาน “กรมการขนส่งทางบก” ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. ต้องระดมกำลัง "จู่โจมตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด" พนักงานขับรถตู้และรถสาธารณะย่านจตุจักรทันทีถึง 79 ราย เพื่อล้างบางพฤติกรรมเสี่ยง
ขณะเดียวกัน มาตรการของฝั่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็สั่งปูพรมตรวจฉี่พนักงานควบคุมการเดินรถและคนขับรถไฟ 951 คนทั่วประเทศภายใน 15 วัน สะท้อนให้เห็นว่า "ความประมาทและสารเสพติด" ในกลุ่มผู้ให้บริการรถสาธารณะ เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่หน่วยงานรัฐพยายามเร่งอุดรอยรั่ว เพราะความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีของคนขับ อาจหมายถึงชีวิตของผู้โดยสารนับร้อย
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากประชาชนในอีกด้านหนึ่ง ต่างพุ่งเป้าไปที่ "การรถไฟ" โดยเฉพาะจุดตัดบริเวณแยกอโศก-ดินแดง และช่วงมักกะสัน-คลองตัน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจุดปราบเซียนที่มีการจราจรหนาแน่นขั้นวิกฤต หลายคนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของไม้กั้น สัญญาณเตือน และทัศนวิสัยในการมองเห็นขบวนรถ
ปมปัญหานี้ลุกลามไปถึงเรื่องการบุกรุกพื้นที่รถไฟ ซึ่ง รฟท. เพิ่งออกมาชี้แจงกรณีอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่มีชายคนหนึ่งปีนรั่วแบริเออร์เข้าไปยืนปัสสาวะในเขตทางรถไฟจนถูกชน สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า "แนวรั้วกั้น แบริเออร์ หรือระบบเตือนภัย" ของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน อาจยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะ "บังคับ" หรือ "สกัดกั้น" ไม่ให้คนหรือรถหลุดเข้าไปในเขตอันตรายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แม้ว่าในปัจจุบัน มาตรการเยียวยาจะขยับอย่างรวดเร็ว โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยเบื้องต้นรวมจาก ขสมก. และ รฟท. สูงถึงรายละ 2,090,000 บาท พร้อมสิทธิรักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บสูงสุดถึง 1,000,000 บาท แต่อัดฉีดเม็ดเงินมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนความสูญเสียของครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้
จึงนับได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนที่ต้องรีบแก้ไข โศกนาฏกรรม 8 ศพที่มักกะสันในครั้งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือกว่าเป็นเพราะ "โครงสร้าง" หรือ "คน" แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานต้องถูกออกแบบให้ปลอดภัยและรัดกุมกว่านี้ (Foolproof) ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายและกวดขันวินัยจราจรของผู้ขับขี่อย่างเด็ดขาด ก่อนที่เมืองหลวงแห่งนี้จะต้องจัดงานศพให้แก่เหยื่อรายต่อไปจากเหตุการณ์ "รถไฟชนรถสาธารณะ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
#รถไฟชนรถเมล์ #รถไฟชนรถเมล์มักกะสัน #มักกะสัน #อุบัติเหตุรถไฟ #จุดตัดทางรถไฟ #แยกอโศกดินแดง #สกู๊ปพิเศษ #วิเคราะห์ข่าว #ขสมก #รฟท #ข่าวสังคม #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ความปลอดภัยทางถนน #วินัยจราจร #เยียวยาผู้ประสบภัย #สารเสพติด #คนขับรถสาธารณะ #ถอดบทเรียน #โศกนาฏกรรมล้างบาง








