ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดในแดนบวก ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลดลง สะท้อนแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ประกอบกับความกังวลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,686.12 จุด เพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.32% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,403.05 จุด ลดลง 5.45 จุด หรือ -0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,090.73 จุด ลดลง 134.41 จุด หรือ -0.51% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมในตลาดการเงินโลก ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ท่ามกลางความกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจเป็นแรงกดดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องพิจารณาท่าทีด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมและความผันผวนในตลาดทุนทั่วโลก








