คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศมีผลพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ดีเซลบี 7 ลดเงินชดเชย 0.50 บาท จากอัตราเดิมชดเชยกองทุน 20.36 บาท อัตราใหม่ชดเชยกองทุน 19.86 บาท คงเงินชดเชยแก๊สโซฮอล์อี 10 จำนวน 9.73 บาท เพิ่มชดเชยอี 20 จาก 11.06 บาท เป็น 12.85 บาท เพิ่มเงินชดเชยอี 85 จาก 2.28 บาท เป็น 4.28 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศค่อยๆ ขยับราคาน้ำมันเพื่อสะท้อนราคาตลาดโลกที่พุ่งขึ้นจากภาวะสงครามอิหร่าน ทยอยขึ้นดีเซล 50 สต. พรุ่งนี้ (18 มี.ค.) บนเพดานดูแลไม่เกิน 33 บาท/ลิตร พร้อมดูแลผู้ใช้แก๊สโซฮอล์อี 10 ในรูปแบบทยอยปรับขึ้น และสนับสนุนการใช้เอทานอล เพื่อลดใช้น้ำมันดิบ จึงลดราคาอี 20 และอี 85 พร้อมกับใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ มาสนับสนุน จึงเห็นการปรับเปลี่ยนดังกล่าว โดยหากไม่ใช้กองทุนอุดหนุนราคาน้ำมันจะพุ่งแรง ดีเซลจะอยู่ที่ 50 บาท/ลิตร อี 10 จะอยู่ที่ 40 บาท/ลิตร และด้วยฐานะกองทุนติดลบกว่า 1 หมื่นล้านบาทแล้ว จึงจำเป็นอยู่ระหว่างเจรจากู้เงินมาดูแลราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ พรุ่งนี้ผู้ค้าปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 0.50 บาท/ลิตร ส่วนกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 1.00 บาท/ลิตร เว้น E20 ลดลง 0.79 บาท/ลิตร E85 ลดลง 2.00 บาท/ลิตร มีผล 18 มี.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
โดยราคาขายปลีกปั๊ม ปตท. จะเป็น ดังนี้ ULG = 40.64 บาท, GSH95 = 32.05 บาท, E20 = 27.05 บาท, E85 = 23.79 บาท, GSH91 = 31.68 บาท, พรีเมียม GSH95 = 41.04 บาท, HSD = 30.44 บาท, พรีเมียมดีเซล = 43.94 บาท ต่อลิตร








