สรรพสามิตขานรับข้อสั่งการนายกฯ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการกำกับดูแลสถานการณ์พลังงานของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเร่งดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออก การกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้มีข้อสั่งการด่วน ไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศให้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุม กำกับ และตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงทันที เพื่อขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกการกักตุน และการกระทำผิดกฎหมายที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 โดยกรมสรรพสามิตได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการในเชิงปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การกำกับดูแลน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับมาตรการเร่งด่วนนั้น กรมสรรพสามิตได้สั่งการให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมคลังน้ำมัน โรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมัน โดยเน้นการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายน้ำมันและคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อลดช่องว่างการกระทำผิดและสกัดกั้นการนำน้ำมันออกนอกระบบ
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายมาตรการเฝ้าระวังทางทะเลโดยประสานความร่วมมือกับ กองทัพเรือไทย และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันตามแนวชายฝั่งและเส้นทางทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสำคัญ
ด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน กรมสรรพสามิตได้นำรถตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเคลื่อนที่ (Mobile Lab) ลงปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อสุ่มตรวจคุณภาพน้ำมัน ณ จุดจำหน่ายและพื้นที่เฝ้าระวังแบบหน้างาน สามารถตรวจพิสูจน์ได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่ามีการควบคุมมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตั้งแต่ต้นทางเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และปกป้องประชาชนจากการฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์พลังงานผันผวน








