ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล
ช่วงนี้มีแต่คนรู้จักพูดถึง Michael กันเต็มไปหมด บ้างก็ว่าสนุก บ้างก็ว่าธรรมดา และบางคนก็ถึงขั้นบอก “ไม่ดูก็ไม่พลาด” เรื่องแบบนี้เป็นรสนิยมบวกความชื่นชอบในตัวศิลปิน แต่ที่จะเขียนถึงตรงนี้เป็น “ข้อเท็จจริง” แท้ ๆ เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่โด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นอัจฉริยะดนตรีที่สร้างปรากฏการณ์เอาไว้มากมายต่อเนื่องหลายทศวรรษ—แม้กระทั่งจากไปนานหลายปีแล้ว ก็ยังทำสถิติใหม่ ด้วยการเป็นศิลปินคนแรกที่มีเพลงติดท็อป 10 ต่อเนื่องหกทศวรรษ (1970s-2020s) เมื่อเพลง “Thriller” กลับมาติดอันดับบิลบอร์ด ฮอต 100 เมื่อปลายปีก่อน
เรื่องราวต่อไปนี้คือความจริงบางส่วนของ ไมเคิล แจ็กสัน ที่บางคนอาจจะยังไม่รู้ อย่างเช่น คนที่เรียกเขาว่า “ราชาเพลงป็อป” คือ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ในงานประกาศรางวัล โซล เทรน, การไปซื้อสิทธิ์แค็ตตาล็อกเพลงของ เดอะ บีเทิลส์ ด้วยจำนวนเงิน 47 ล้านดอลลาร์, เคเอฟซี คืออาหารจานด่วนที่ต้องเตรียมไว้บนเครื่องบินระหว่างทัวร์ โดยเฉพาะมันบดราดน้ำเกรวี่, ข้าวโพดย่าง และบิสกิตกับเยลลี่สตรอว์เบอร์รี และการจ้างสมาชิกแก๊ง คริปส์ แอนด์ บลัดส์ ตัวจริงมาร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอเพลง “Beat It” ด้วยความช่วยเหลือจากตำรวจแอลเอ, เคยเกือบจะได้รับบทที่ เดวิด โบวี่ แสดงนำในหนังเพลงแฟนตาซีเรื่อง Labyrinth รวมถึงเรื่องที่ว่าเขาตกหลุมรัก ไดอานา รอสส์ สมัยวัยรุ่น “ผมเจ็บปวดใจนิดหน่อย แล้วก็อิจฉานิด ๆ ที่เธอแต่งงาน เพราะผมรัก ไดอานา และเป็นเช่นนั้นเสมอมา” ฯลฯ
และจากนี้ไป เขียนถึงสิ่งที่ ไมเคิล สร้างปรากฏการณ์ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีและบันเทิง
ไมเคิล แจ็กสัน—ในฐานะนักร้องนำวง เดอะ แจ็กสัน ไฟว์ เป็นนักร้องอายุน้อยที่สุดที่มีเพลงติดอันดับ 1 ของ บิลบอร์ด ฮอต 100 กับเพลง “I Want You Back” ที่ออกในปี 1969 ด้วยวัย 11 ปี 5 เดือนเท่านั้นเอง ซึ่งสถิติยังไม่ถูกทำลายจนถึงวันนี้
โชว์พักครึ่งเวลาการแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอล ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 27 ระหว่าง ดัลลัส คาวบอยส์ กับ บัฟฟาโล บิลส์ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 1993 บันทึกไว้ว่าเป็นครั้งแรกที่คนดูโชว์พักครึ่งมากกว่าการแข่งขันเสียอีก เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีผู้ชมมากถึง 133.4 ล้านคน!
เช่นเดียวกับจำนวนผู้ชม 500 ล้านคนจาก 27 ประเทศ ที่เฝ้ารอดูมิวสิกวิดีโอ “Black or White” ออกอากาศครั้งแรกทางโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1991
ในงานประกาศรางวัล แกรมมี่ ครั้งที่ 26 ไมเคิล กลายเป็นศิลปินคนแรกที่กวาดรางวัลมากสุดในคืนเดียว กับ 8 รางวัลที่ได้จากอัลบั้ม Thriller รวมถึง Record of the Year (เพลง “Beat It”) / Album of the Year / Producer of the Year (ได้ร่วมกับ ควินซี โจนส์ โปรดิวเซอร์ร่วม) ซึ่งต่อมา ซานตานา ทำได้เท่ากันจากอัลบั้ม Supernatural ในปี 2000
มิวสิกวิดีโอเพลง “Scream” ที่เขาร้องคู่กับ แจเน็ต น้องสาว เป็นเอ็มวีที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดตลอดกาล
แจ็กเกตหนังสีแดง-ดำที่เขาสวมในเอ็มวีเพลง “Thriller” ถูกประมูลไปด้วยราคา 1.8 ล้านดอลลาร์
เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล โนเบล สาขาสันติภาพ 2 ครั้ง (ปี 1998 และ 2003) และได้รับเกียรติเข้าหอเกียรติยศ ร็อกแอนด์โรล 2 ครั้ง ครั้งแรกกับพี่ ๆ เดอะ แจ็กสัน ไฟว์ ปี 1997 อีกครั้งในปี 2001 ในฐานะศิลปินเดี่ยว
และ... Thriller สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 6 ของเขาที่วางจำหน่ายครั้งแรกเดือนพฤศจิกายน 1982 ก็เปลี่ยนวงการเพลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ตัวเพลงและมิวสิกวิดีโอ อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง “Billie Jean”, “Beat It”, “Wanna Be Startin’ Somethin’”, “Human Nature” และเพลงชื่อเดียวกับชุด—ที่ติดอันดับ 1 นานถึง 37 สัปดาห์ ทุกวันนี้ Thriller ยังคงเป็นอัลบั้มขายดีตลอดกาล คาดการณ์ว่าขายไปได้ราว 67 ล้านชุดทั่วโลก ซึ่งยังไม่มีใครเทียบเคียง
#MichaelJackson #KingOfPop #Thriller #ตำนานเพลง #ดนตรีโลก #PopMusic #MusicLegend #MJ #เพลงฮิตตลอดกาล #แรงบันดาลใจ #siamrathonline








