กรณีศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 และขอให้ทุเลาการบังคับทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษา โดยขอให้ทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ ขอให้ระงับการนำความกราบบังคมทูลให้พ้นจากตำแหน่ง โดยให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไป และขอให้ระงับการคัดเลือกและแต่งตั้งประธาน กสทช. คนใหม่แทนตนเอง
ล่าสุดวันที่ 9 ส.ค.69 ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายปกครอง ระบุว่า คำสั่งศาลปกครองกลางไม่มีผลกระทบต่อสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โดยยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งการทำหน้าที่ประธานประชุมและการพิจารณาวาระสำคัญ มติของคณะกรรมการสรรหาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้พ้นจากตำแหน่งได้ทันที การพ้นตำแหน่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และต้องมีพระบรมราชโองการ และศาลปกครองกลางไม่ได้ยืนยันว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาชอบด้วยกฎหมาย ประธาน กสทช. จึงยังมีอำนาจตามกฎหมายในการขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง
"คำสั่งดังกล่าวของศาลปกครองกลางไม่ได้รับรองว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาดังกล่าวถูกต้องหรือชอบด้วยกฎหมาย ผลของคำสั่งศาลจึงสามารถยืนยันว่า สถานะของ ศ.คลินิก สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ยังคงดำรงอยู่ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นประธานการประชุม การพิจารณาวาระสำคัญ และการขับเคลื่อนภารกิจของ กสทช. เพื่อมิให้เกิดความติดขัดหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
ส่วนการดำเนินการใด ๆ ที่อาจมีผลให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปนั้น จะต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายและการพิจารณาขององค์กรที่มีอำนาจอย่างครบถ้วน โดยไม่อาจถือเอาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเพียงฉบับเดียวเป็นผลให้ประธาน กสทช. ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที"
ผู้เชียวชาญด้านกฎหมายปกครอง ระบุด้วยว่า ดังนั้น ภายหลังคำสั่งศาลปกครองกลาง ศ.คลินิก สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ต่อไปได้โดยสมบูรณ์ ขณะที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหายังไม่มีผลเป็นการถอดถอนหรือเปลี่ยนแปลงสถานะการดำรงตำแหน่ง และไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ในปัจจุบันแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มมีข้อกังวลจากหลายฝ่ายถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่เข้าร่วมประชุมของกรรมการ กสทช. โดยมีเสียงเรียกร้องให้กรรมการทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาวาระสำคัญและการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชน
ทั้งนี้ การมีความเห็นหรือการตีความข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ไม่ควรนำไปสู่การหยุดหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ หากยังไม่มีคำสั่งหรือกระบวนการทางกฎหมายที่มีผลเป็นอย่างอื่น โดยเฉพาะเมื่อการไม่ปฏิบัติหน้าที่อาจก่อให้เกิดความล่าช้าหรือความเสียหายต่อภารกิจขององค์กรและประโยชน์สาธารณะ ซึ่งหากเกิดความเสียหายขึ้น ย่อมอาจนำไปสู่ประเด็นการพิจารณาถึงหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องได้
#หมอสรณ #กสทช








