บอย อินชัวร์
ถูกหยิบยกเป็นประเด็นอุบัติเหตุทางรถยนต์รายใหญ่ที่สื่อต่างๆกระพรือข่าวความคุ้มประกันที่ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับจากประกันพรบ.ฯถึงวงเงินสูงสุดกรณีเสียชิวิตต่อตฝครั้ง 20 ล้านบาทอีกครั้ง หลังเกิดกรณีเรื่องราวสลดจากเด็กอายุ 11 ขวบขับรถชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างเดินบิณฑบาตรจนเสียชีวิตถึง10กว่าราย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่งรวมถึงฆราวาสที่จ.มุกดาหารนั้น
สืบเนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ภาครัฐโดยสำนักงาน คณะกรรมการฯกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้เคลื่อนไหวออกคำสั่งนายทะเบียน โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยยกเลิกเกณฑ์ความคุ้มครองวงเงินเดิมที่จ่ายเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตจากเดิมกำหนดให้ต่อครั้งไม่เกินวงเงิน 10ล้านบาท ปรับเพิ่มเป็น 20 ล้านบาทต่อครั้ง โดยครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประสบภัยทุกรายในอุบัติเหตุใหญ่ เหตุก็เพราะว่า จากบทเรียนที่ผ่านมาเวลาเกิดอุบัติเหตุรถยนต์รายใหญ่ชนกันแล้ว
อาทิ รถบัสขนผู้โดยสารเต็มคันรถกว่า 20 -30รายแล้วเกิดเหตุะลิกคว่ำ หรือกระทั่งเกิดเหตุใหญ่รถบัสนักเรียนชนกันและมีถังแก๊สที่เป็นเขื้อเพลิงระเบิด จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก บางครั้งมียอดตายทะลุเกินจำนวนกว่า 20 ศพเช่นที่ผ่านๆมา ส่งผลให้เวลาจัดสรรค่าสินไหมมัดรวมๆกันแล้วกลับกลายปรากฎว่า ผู้ประสบภัยบางครั้งกลับไม่ได้รับเงินเยียวยาชดเชยเต็มสิทธิ์ 500,000 บาทต่อคน ทั้งๆที่กฎหมายตามพรบ.ฯระบุชัดว่า ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถจะต้องได้รับเงินเสียชีวิตจากพรบ.ฯช่วยเหลือเยียวยารายละ 5แสนบาท จนเกิดกรณีตัวอย่างบริษัทประกันภัยที่เป็นผู้รับประกันยังต้องอะลุ่มอะล่วยช่วยเหลือจ่ายจนครบเต็มจำนวนสิทธิ์ที่ต้องได้รับจนครบรายละ 5 แสนบาทเพื่อช่วยเหลือเป็นมนุษยธรรม
ด้วยเหตุฉะนี้เองจึงเป็นต้นตอที่มาของเหตุให้มีการแก้ไขเงื่อนไขความคุ้มครองพรบ.ผู้ประสบภัยเพื่อให้ทุกรายที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุใหญ่และมีจำนวนผู้ตายเกินกว่า 20 ศพต่อครั้ง จะต้องได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่โดยไม่เพิ่มภาระแก่ผู้เอาประกัน: โดยการปรับเพิ่มเพดานความคุ้มครองในครั้งนี้ ไม่ได้มีการปรับขึ้นอัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. แต่อย่างใด เพื่อช่วยบรรเทาลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและยกระดับความคุ้มครองในเวลาเดียวกัน
***ต่อเรื่องนี้"ชูฉัตร ประมูลผล"เลขาธิการ คปภ.กล่าวว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 1944 มุกดาหาร เฉี่ยวชนคณะพระภิกษุซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางกลับ จากวัดภูมโนรมย์ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เหตุเกิดบริเวณถนนบ้านนาสีนวล อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 10 รูป บาดเจ็บสาหัส2 รูป และบาดเจ็บอีกจำนวน 10 รูป ทั้งนี้ รายชื่อผู้ประสบภัย อยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะนี้ โดยได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ.มุกดาหารลงพื้นที่ตรวจสอบการเกิดเหตุ และให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการใช้สิทธิประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยแก่ผู้ประสบภัยและทายาท ผู้มีสิทธิเรียกร้อง
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า รถยนต์คันเกิดเหตุได้จัดทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2570 ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทผู้รับประกันภัยให้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยและทายาทผู้มีสิทธิเรียกร้อง รวมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ผู้ประสบภัยมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด กรณีบาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริงสูงสุดไม่เกินรายละ 30,000 บาท และกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรได้รับรายละ 35,000 บาท ทั้งนี้ หากภายหลังปรากฏว่าผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวมีความรับผิดตามกฎหมาย ผู้ประสบภัยหรือทายาทจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์ โดยกรณีบาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริงสูงสุดไม่เกินรายละ 80,000 บาท รวมค่าเสียหายเบื้องต้น กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงได้รับค่าสินไหมทดแทนสูงสุดรายละ 500,000 บาท รวมค่าเสียหายเบื้องต้น และกรณีเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในมีสิทธิได้รับค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 วัน
คปภ.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนญาติและผู้เกี่ยวข้องของพระภิกษุที่มรณภาพ พร้อมยืนยันว่าจะประสานการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประสบภัยและทายาทได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายและสัญญาประกันภัยอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และ บริษัทผู้รับประกันภัยได้เตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้เอาประกันภัย ผู้ประสบภัย และทายาทผู้มีสิทธิเรียกร้อง ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอนและเงื่อนไขความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะฉะนั้นบทสรุปท้ายนี้ จากกรณีเหตุสลดสะเทือนใจต่อชาวพุทธศาสนิกชนครั้งนี้ นับเป็นกรณีอุบัติเหตุครั้งประวัติศาสตร์ทีเดียว กับการเกิดเหตุไม่คาดคิดเป็นเคสแรกที่เกิดจากกรณีเด็กวัย 11 ขวบขับชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างบิณฑบาตร เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นอุทาหรณ์รายที่ 2ก็ว่าได้ ที่สื่อและกระแสสังคมพูตถึงกันมาก โดยเฉพาะเกิดขึ้นตามมาหลังการแก้ไขเพิ่มวงเงินคุ้มครองพรบ ฯกรณีอุบัติเหตุรายใหญ่จากเยียวยาเสียขีวิตจาก 20 ล้านบาท เป็น20ล้านบาทต่อครั้ง แต่อย่างไรก็ดี กรณียกระดับมูลค่าความคุ้มครองพรบ.ฯเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านบาทต่อครั้ง นับเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยๆก็ช่วยทำให้ยกระดับชีวิตมนุษย์เราในสังคมไทยมีค่าขึ้น ซึ่งต่างไปจากภาพในอดีตเวลาชาวบ้านประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ หรือรถทัวร์ชนกัน แทบจะได้เงินช่วยเหลือเยียวยาเป็นค่าปลงศพเพียงน้อยนิด หากรวมกับประกันภาคสมัครใจด้วยแล้วยังต้องยึดเรื่องฐานานุรูปหรือยากดีมีจนนั่นเอง








