‘ปลัดกระทรวงพาณิชย์’ หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การคมนาคม การเกษตร และการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์แห่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ มุ่งขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกัน พร้อมผลักดันเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สรุปผลโดยเร็ว
วันที่ 24 เมษายน 2569 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ให้พบหารือกับนางดาเนียลา ชมิทท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การคมนาคม การเกษตร และการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์แห่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในโอกาสนำคณะนักธุรกิจชาวเยอรมนีเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อแสวงหาโอกาสด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือในสาขาต่างๆ เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ณ กระทรวงพาณิชย์ โดยรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต เป็นรัฐสำคัญที่มีขนาด GDP ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของเยอรมนี มีสินค้าสำคัญ อาทิ เคมีภัณฑ์ ยาและเวชภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ยานพาหนะเชิงพาณิชย์ และไวน์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะด้าน Smart Farming เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการเกษตร และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับภาคการเกษตร
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือการส่งเสริมประโยชน์ระหว่างกัน อาทิ อุตสาหกรรมอาหารไทยกับไวน์ของรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ซึ่งไทยมีศักยภาพและรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัท BASF ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์อันดับหนึ่งของโลกที่จะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลไทยปัจจุบัน และศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งความพร้อมในการเปิดรับการลงทุนจากเยอรมนี โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในสาขาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ยา และยานยนต์ ซึ่งรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตมีความเชี่ยวชาญอีกด้วย
นายวุฒิไกร กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสำคัญในการเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (European Unoin: EU) โดยไทยขอให้เยอรมนีช่วยสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สรุปผลได้โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ทั้งสองฝ่าย และนำไปสู่การขยายการค้าและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต นอกจากนี้ ได้เชิญเยอรมนีเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อาทิ งาน THAIFEX-ANUGA Asia ณ Impact เมืองทองธานี ในวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 และเยี่ยมชม Thai Pavilion ในงาน ANUGA 2027 ณ เมืองโคโลญ เยอรมนี ในช่วงเดือนตุลาคม 2570
ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับเยอรมนี มีมูลค่า 11,602.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเยอรมนี มูลค่า 5,734.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเยอรมนี มูลค่า 5,868.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์








