ไรเดอร์ขอนแก่นโหด ยกเลิกงานหลังผู้โดยสารมาขึ้นรถ เพื่อเลี่ยงค่าคอม แต่งานเด้งเข้าไรเดอร์อีกคนทำให้เดือดร้อนจบงานไม่ได้ ขับตามไปถามกลับถูกท้าทายและทำร้ายบาดเจ็บ พร้อมอ้างใครๆก็ทำกัน ล่าสุดแจ้งความเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 24 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงายว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพคลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างไรเดอร์ด้วยกันเอง โดยเป็นเรื่องที่ไรเดอร์ชุดดำกดยกเลิกงานหลังจากได้ผู้โดยสารมาขึ้นรถแล้ว ทำให้ไรเดอร์อีกฝ่ายที่พิการแขนได้รับออเดอร์แทนแต่ลูกค้าถูกเอาตัวไป ทำให้งานค้างในระบบจบงานไม่ได้ จึงตามไปทวงถามกระทั่งเกิดการชกต่อยกันขึ้น
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้โพสต์ คือ นาย ปัณณวิชญ์ พิชิตชัยภักดี อายุ 30 ปี 298 ม.10 ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งไดเพาผู้สื่อข่าวไปที่เกิดเหตุหน้าสถานีรถไฟขอนแก่น
นายปัณณวิชญ์ กล่าวว่า ขณะขับรถจักรยานยนต์มาที่สถานีรถไฟขอนแก่น เพื่อจะมารอออเดอร์งาน ซึ่งตอนขับมาถึงเห็นคู่กรณีจอดรอออเดอร์อยู่ก่อนแล้วบริเวณด้านล่าง ส่วนตนเองขับขึ้นไปจอดด้านบน ซึ่งก็มองเห็นกัน ก่อนที่คู่กรณีจะได้รับออเดอร์ผ่านระบบแอพไปก่อน แต่พอลูกค้าขึ้นรถ ไรเดอร์คู่กรณีได้กดยกเลิกคำสั่ง แล้วกลายเป็นออเดอร์เด้งมาเข้าผ่านแอพตนเอง ซึ่งไรเดอร์คู่กรณีได้หันมามองหน้าตนเองทันทีที่มีเสียงออเดอร์เด้งเข้า และทำท่าทีแปลกๆ ซึ่งคู่กรณีน่าจะรู้แล้วว่าตัวเองกดยกเลิกออเดอร์แล้วเด้งมาที่ตนเอง
"ผมจึงโทรหาลูกค้า ว่าอยู่ตรงไหนเพราะมาถึงแล้ว ลูกค้าจึงงงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะขึ้นรถแล้วได้ไรเดอร์แล้ว ผมจึงดูด้านล่างสถานีรถไฟที่ไรเดอร์คู่กรณีอยู่ และคู่กรณีได้ขับรถพาลูกค้าไป จึงมั่นใจว่าลูกค้าอยู่ที่ไรเดอร์คู่กรณี จึงได้ขับรถตาม GPS ลูกค้าไป เพราะคำสั่งรับส่งผู้โดยสารยังค้างในโทรศัพท์ของผมอยู่ พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุห่างจากหน้าสถานีรถไฟไม่ไกล จึงขับไปประกบด้านข้างรถคู่กรณี แล้วถามดีๆว่าว่าพี่ได้รับออเดอร์ลูกค้าไปส่งที่ บขส.แห่งที่ 3 ใช่ไหม คู่กรณีตอบว่า ใช่..กูรับมา และบอกว่าไม่อยากรับงานผ่านแอพ จึงถามย้ำอีกครั้งว่าใช่งาน 50 บาทไหมที่ไปส่งขนส่ง ซึ่งคู่กรณียืนยันว่าใช่ ทำให้ตนเองมั่นใจว่าเป็นลูกค้าตนเอง จึงบอกคู่กรณีว่า พี่ครับ พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะพี่รับงานผ่านแอพ พี่ยกเลิกงานแล้วมาเข้าคนอื่น แล้วพี่เอาเปรียนคนอื่นที่เค้ายอมจ่ายค่าคอมมิชชั่น เค้ามาถึงมารับลูกค้าแล้วพี่เอาลูกค้าไปโดยที่ไม่เสียอะไรเลย"
นายปัณณวิชญ์ กล่าวต่อว่า จังหวะนั้น คู่กรณีบอกว่า จะทำไมเพราะรับมาแล้ว ทั้งยังท้าให้รายงานในแอพไปเลยเพราพไม่สนใจ ตนเองจึงจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรายงาน คู่กรณีบอกอีกว่ามึงรายงานไปเลยเดี๋ยวจะทิ่มหน้าเข้าให้ จึงบอกคู่กรณีว่าพี่จะทำร้ายผมใช่ไหมเพราะพี่พูด จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวีดีโอ คู่กรณีจึงบอกว่าถ่ายคลิปใช่ไหม ก่อนจะวิ่งมาต่อยทันที จึงได้สวนหมัดออกไปเพื่อป้องกันตัวไป ก่อนที่คู่กรณีจะผลักตนเองล้มลงแล้วเตะเสยปลายคาง ไม่ให้ตนเองลุก พอตนเองลุกได้ก็ไปหยิบหมวกกันน็อคออกมาป้องกันตัว แต่ไม่ได้มีการทำร้ายอะไรต่อ แต่เป็นการโต้เถียงกันตามคลิป ซึ่งคู่กรณีบอกแต่ว่าไม่อยากรับงานผ่านแอพเพราะเสียค่าคอมมิชชั่นไม่คุ้ม ตนเองก็ยืนยันว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ไรเดอร์คนอื่นเดือดร้อน เถียงกันสักพักคู่กรณีไล่ตนเองไป บอกมึงไปซะ ให้มันจบ แต่โทรศัพท์ตนเองพังเสียหายเปิดไม่ติดไปแล้ว รถก็ล้มกลางถนนของล่วง แต่จะให้จบง่ายๆโดยไม่ขอโทษสักคำ แถมยังท้าทายให้แจ้งตำรวจ
"ผม จึงบอกอย่าเพิ่งไปจะแจ้งตำรวจ คู่กรณีจึงพยายามจะขับรถหนี ตนเองจึงไปยืนขวาง คู่กรณีจึงเอามือล้วงกระเป๋าทำท่าเหมือนตัวเองมีปืน ก่อนจะขู่ว่า มึงไม่จบใช่ไหม ตนเองก็ถามว่าพี่มีปืนใช่ไหม ก่อนที่ไรเดอร์คู่กรณีจะขับรถไปทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุได้กลับห้องพักไปล้างแผล เพราะขับรถไปแจ้งความไม่ไหว ก่อนจะมาที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อมาเอาคลิปกล้องวงจรปิด ซึ่งหลังเกิดเหตุมีคนทักมาบอกว่าจะเอาให้ ตนเองจึงได้กลับมาและได้พูดคุยกับไรเดอร์ที่อยู่แถวนี้ ซึ่งบอกว่า ไรเดอร์คู่กรณีรายนี้มีพฤติกรรมแบบนี้ตลอด จึงตัดสินใจไปแจ้งความ เพราะอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และให้รับผิดชอบค่าเสียหายโทรศัพท์ที่พังและรถที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลด้วย ซึ่งได้รับบาดเจ็บบอบช้ำตามตัว แผลถลอกที่มือ อย่างไรก็ดีตอนนี้กังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะมีหลายคนมาบอกเล่าให้ฟัง รวมทั้งมาคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่าคู่กรณีเคยมีคดีทำร้ายร่างกายคนอื่นจนถึงแก่ความตายมาแล้วอีกด้วย อย่างไรก็ตามในฐานะอาชีพเดียวกัน ทุกคนลำบาก งานก็น้อย ค่ารอบก็ถูก ค่าน้ำมันก็แพง ตนเองทำงานขับรถรับลูกค้าทั้งวันได้ร้อยกว่าบาทจากเที่งคืนจนถึงตอนเกิดเหตุ แล้วยังต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้อีก"
ภูมิภาค48







