วันที่ 9 เมษายน 2569 นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ค้าภาครัฐที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่เกิดสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ จึงได้ออกแนวปฏิบัติ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. กรณียังไม่ลงนามในสัญญา ได้ผู้ชนะแล้ว (ลำดับที่ 1-3) และหน่วยงานแจ้งให้มาลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป แต่ผู้ชนะไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้ถือว่ามีเหตุผลอันสมควร ไม่เข้าลักษณะเป็นการทิ้งงาน และให้หน่วยงานของรัฐคืนหลักประกันการเสนอราคาแก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
2. กรณีลงนามในสัญญาแล้ว
- ลงนามก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินงาน หรือลงนามก่อนหรือตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และเริ่มดำเนินงานแล้วแต่ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ ให้ถือว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัย สามารถงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายระยะเวลาตามสัญญาได้ และยกเว้นให้คู่สัญญาไม่ต้องแจ้งเหตุ
ให้หน่วยงานของรัฐ ทราบภายใน 15 วัน (โดยให้แจ้งเมื่อใดก็ได้) ทั้งนี้ หากคู่สัญญาเห็นว่าควรหยุดการดำเนินงานตามสัญญาไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ให้คู่สัญญาเจรจาตกลงกันได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
- ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินการตามสัญญาให้หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาตกลงเลิกสัญญาได้
3. กรณีงานซื้อหรืองานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
หากมูลค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ หรือเนื้องานที่ต้องดำเนินการมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องดำเนินการตามสัญญาต่อไปให้สามารถแก้ไขสัญญาได้
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ให้คู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญา เพื่อชี้แจงเหตุผลว่าได้รับผลกระทบอย่างไร พร้อมรายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่แสดงให้เห็นว่าต้นทุนต่าง ๆ ในการดำเนินการมีราคาเพิ่มสูงขึ้นและขาดแคลนวัสดุที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาต่อไปได้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นเอกสารประกอบในการพิจารณาต่อไป







