การเมืองทั่วไป

“ภคมน” ซัดรัฐบาลผิวเผิน หลังย้อนคำพูด “อนุทิน” รวยไม่ไหว แต่บอกประหยัดหลังเลือกตั้ง

แชร์ข่าว

“ภคมน” ย้อนคำพูด “อนุทิน” รวยไม่ไหวแล้ว แต่หลังเลือกตั้งบอกให้ประหยัด ซัด รบ.บริหารแบบผิวเผิน เกิดภัยพิบัติ ทำแค่โชว์ผัดข้าว ด้าน “ศุภชัย” ลุกโต้เดือด หลังถูดพาดพิงปม พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 9 เม.ย.69 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สิ่งที่ตนอยากได้รับการยืนยันคือ นโยบายของรัฐบาลที่เสนอวันนี้ ผ่านการทบทวนและถอดบทเรียนจากวิกฤติที่ผ่านมาแล้วหรือยัง แน่ใจใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย จะสามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤติและความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และอยู่ในวิกฤตมาหลายครั้ง ทั้งโรคระบาดโควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ รวมถึงวิกฤติราคาน้ำมัน ซึ่งประชาชนได้เห็นแล้วว่า การบริหารของนายอนุทิน สร้างความเสียหายไว้ขนาดไหน แล้วสิ่งที่นายอนุทินมั่นใจว่าเคยจัดการวิกฤตต่างๆ มาแล้วนั้น ต่างกับความรู้สึกของประชาชนลิบลับ ดังนั้น รัฐบาลอนุทินสองกำลังถูกจับตาและตั้งคำถาม ว่า 4 ปีหลังจากนี้ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

น.ส.ภคมน วิจารณ์ถึงวิสัยทัศน์การทำงานของรัฐบาลว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า วิธีคิดในการบริหารประเทศของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย เป็นการแก้ปัญหาแบบผิวๆ ดูแคลนความเดือดร้อนของประชาชน เช่นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ ประชาชนหนีเอาชีวิตรอด ไฟดับทั้งเมือง รอคอยให้คนมาช่วยชีวิต แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ไม่มีแม้กระทั่งศูนย์กลางข้อมูล เพื่อระบุพิกัดผู้ประสบภัย หรือแผนพิบัติงานฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล ประชาชนคาดหวังภาวะผู้นำจากนายอนุทิน แต่สิ่งที่เห็นคือนายกฯ ไปผัดข้าวแจกผู้ประสบภัย ท่านควรคิดให้ละเอียดรอบคอบ ว่าจะแสดงอะไรออกมา

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเยียวยา ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีคนอีกหลายแสนคน ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา และเมื่อตนได้อ่านคำแถลงนโยบายแล้ว ก็พบว่านายอนุทินไม่ได้สรุปบทเรียนอะไรเลย เพราะนโยบายกองทุนภัยพิบัติก็เขียนมาแบบหลวมๆ ตนอ่านก็ทราบทันทีว่า เอาเอไอมาอ้างไว้ก่อนว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วย แต่สุดท้ายก็เป็นวิธีคิดแบบเดิม นอกจากนี้ ในเช่มคำแถลงนโยบาย ก็ไม่มีการระบุตัวเลขเงินค่าประกันภัยไว้ชัดเจน ทั้งที่ในเว็บไซต์นโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีระบุไว้ชัดเจน

”หากคิดแค่ว่ามีภัยพิบัติเมื่อไหร่ ก็แค่หาเงินมาจ่ายเยียวยาให้เร็วๆ แบบนี้คือการเอาตัวรอด เป็นการลดบทบาทของรัฐ ให้เป็นแค่บริษัทประกันภัย“ น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือชณะนี้ว่า ยังมี สส.พรรคภูมิใจไทย พี่อภิผรายคัดค้าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ทั้งที่ ควรเป็นฉันทามติร่วมกันทั้งสังคม หรือลึกๆ ท่านกลัวนายทุนอุตสาหกรรมจะไม่พอใจ

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า น.ส.ภคมน อภิปรายนอกประเด็น เพราะเป็นการอภิปรายเรื่องนโยบายของรัฐบาล รวมถึงพาดพิงถึงตนด้วย พร้อมขออนุญาตประธานในที่ประชุม ว่าจะอภิปรายชี้แจงสิ่งที่ถูกพาดพิง นายโสภณจึงวินิจฉัยว่า น.ส. ภคมนสามารถอภิปรายได้ และอนุญาตให้นายศุภชัย ชี้แจงในลำดับต่อไป

จากนั้น น.ส.ภคมน อภิปรายถึงวิกฤติราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ยังไม่มีทีท่าว่าจะพร้อมรับมือกับผลกระทบอย่างเป็นระบบ ประชาชนรู้ชะตากรรมตัวเองแบบวันต่อวัน ในวันที่น้ำมันหาเติมไม่ได้ รัฐบาลกลับบอกว่าอย่าตื่นตระหนก ประชาชนโพสต์ภาพปั๊มติดป้ายว่าน้ำมันมีไม่พอ แต่รัฐบาลกลับบอกว่าประชาชนกักตุน แต่หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นข้ามคืน ตอนแรกรัฐบาลก็บอกว่าไม่มีอะไรวิกฤติ แต่ผ่านไปสักพัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับยอมรับว่า กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ต้องลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล สุดท้ายพอเรื่องแดง หนีความจริงไม่ได้ ก็พูดเอาง่ายว่าขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำมัน นายอนุทินก็ยังชิวๆ ขับรถรถไฟฟ้ามาทำเนียบเอง ไม่มีขบวนติดตาม ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า วิธีคิดของผู้นําประเทศ ห่างกับประชาชนที่หาเช้ากินคํ่าราวฟ้ากับเหว

น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ประชาชนต้องปรับตัวเรื่องทัศนคติและการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยระบุว่า เพราะนายไชยชนกรวยถึงพูดแบบนี้ได้ คนเป็นนายกฯ และรัฐมนตรี จินตนาการไม่ออกว่าคนจนเป็นอย่างไร ก่อนเลือกตั้งบอกว่าจะทำให้คนไทยรวยจนร้องขอชีวิต แต่หลังเลือกตั้งบอกว่าขอให้พอเพียง ตนขอถามตรงๆว่า ตอนที่นายอนุทิน บอกว่าจะทำให้รวยจนร้องขอชีวิต ท่านรู้หรือไม่ว่าต้นตอของความจนของประชาชนคืออะไร เพราะในนโยบายไม่มีบรรทัดไหนเลยที่ระบุว่า รัฐบาลมีเจตจำนงลดความเหลื่อมล้ำ และต่อสู้กับทุนผูกขาด

น.ส.ภคมน กล่าวว่า สุดท้ายสิ่งที่เราได้วันนี้ก็เป็นวิธีคิดที่หากประชาชนก็แค่ปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มทักษะ เพิ่มความรู้ เพิ่มเทคโนโลยี และแจกเงิน แต่ไม่เคยตั้งคำถามกับระบบเศรษฐกิจ สังคมที่กดขี่ให้คนส่วนใหญ่จน และเข้าไม่ถึงโอกาสตั้งแต่แรก และนโยบายเล่มนี้ชัดเจนว่าเป็นนโยบายที่ไม่มีเจตจำนงทางการเมืองใดๆ เลยไม่สามารถสร้างความหวังให้กับประชาชน และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ รัฐบาลชุดนี้ ท่านจะเป็นแค่ผู้ที่จะจัดสรรผลประโยชน์ให้ในทุนและชนชั้นนำเท่านั้น พร้อมฝากทิ้งท้ายว่า อย่าสบประมาทประชาชน

จากนั้นเวลา 19.15 น. นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า ประเด็นที่อภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องปัญหา PM 2.5 วันนั้นมีสมาชิกหลายคนจากพรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในวุฒิสภา รัฐบาลควรจะหยิบยกมา ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วบอกว่าตนไม่เห็นด้วยกับท่าน นี่คือวิถีประชาธิปไตย ตนมีข้อมูล มีเหตุผลของตน ที่คิดว่าถ้าจะหยิบยกร่าง พ.ร.บ. เข้ามาพิจารณาต่อ ผลกระทบมีอยู่มากมาย ตนได้อภิปรายประมาณ 7-8 ประการ และจะไม่ขอพูดซ้ำ ตนคิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ท่านคิดถูกและตนผิด ที่ท่านพูดว่าอย่าคิดในกรอบ ตนก็คิดนอกกรอบ คิดไม่เหมือนท่าน ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ตนคิดผิดหรือของท่านถูก หรือไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด แต่ตนไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะต้องเอาตามตนหรือไม่ เพราะตนเชื่อว่ารัฐบาลก็มีดุลพินิจในการวินิจฉัย เอาหลักฐานต่างๆ มาประกอบการพิจารณา สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีอยู่อย่างเดียวคือ เราก็ห่วงใยประชาชนในเรื่องอากาศ ต้องการให้มีกฎหมายดีๆ เพื่อทำให้อากาศสะอาดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราต่อต้าน การมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตนไม่ได้ต่อต้าน เพราะตนได้ร่วมพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ในปี 2562 ตนนี่แหละคือผู้ร่าง พ.ร.บ. และยื่นเข้าสภาแห่งนี้ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ หลังจากนั้นก็มีพรรคการเมืองหลายพรรคก็ร่างเข้ามาประกบ รวมทั้งภาคประชาชน แต่กฎหมายฉบับนั้นไม่ได้มีการพิจารณาต่อ เพราะอยู่ในระเบียบวาระ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภาก่อน

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า วันนั้นมีผู้แสดงความไม่พอใจกับตน ในออนไลน์ก็มีทัวร์ลงเยอะ ที่ตนขอให้เป็นแนวทางคือ วันรุ่งขึ้นมีสมาชิกพรรคประชาชนไปแถลงที่ห้องสื่อมวลชน แถลงข่าวและว่ากล่าววิจารณ์การอภิปรายของตน ตนคิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ประหลาด ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับตนอภิปรายวันนั้น แต่วันรุ่งขึ้นไปพูดว่า ทำไมถึงว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ที่นี่เป็นสภา และก็เป็นเขตของสภา ประธานต้องพิจารณาว่าต่อไปใครล่วงล้ำ ก็ควรจะยอม ชัดเจนว่าทำแบบนั้นไม่ถูกต้อง ตนไม่ทราบว่าสิ่งที่ท่านพูดสมควรหรือไม่

#ภคมน #อนุทิน #ศุภชัย #รัฐบาลผิวเผิน #พรบอากาศสะอาด #ประหยัดหลังเลือกตั้ง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline