เสือตัวที่ 6
แน่นอนว่าสงครามมักจบลงที่การเจรจา หากแต่การเจรจาเพื่อยอมยุติสงครามนั้นมักจะมีฝ่ายหนึ่งที่มีความได้เปรียบในชัยชนะ หรือมีอำนาจเหนือ หรือยึดกุมเกมแห่งชัยชนะของสงครามนั้น ๆ อย่างเห็นได้ชัด การเจรจาต่อรองในทุกสงครามย่อมจบลงด้วยการยอมจำนนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยเห็นว่าหากสู้รบต่อไปก็จะก่อความหายนะกับฝ่ายตนมากขึ้น การยอมเจรจาพูดคุยเพื่อปรึกษาหารือกันมักไม่ใช้กับคู่ขัดแย้งที่ต่อสู้กันด้วยอาวุธอย่างไร้ขอบเขตด้านมนุษยธรรมตามกติกาสากลของโลกที่กำหนดไว้ หากแต่เป็นการเจรจาพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกันโดยที่ระดับความรุนแรงไม่ถึงขั้นประหัตประหารกันอย่างโหดเหี้ยมเยี่ยงกองโจร
และนั่นเอง จึงเกิดความสับสนถกเถียงกันไปมาระหว่างแนวร่วมกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ปลายด้ามขวานกับรัฐในความเห็นต่างว่า ควรยุติปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ด้วยการพูดคุยกันระหว่างรัฐกับกลุ่มแย่งยึดอำนาจรัฐเพื่อนำสันติสุขมาสู่พื้นที่ หรือการใช้กำลังของรัฐกำราบกลุ่มหัวรุนแรงที่ฝักใฝ่การเข่นฆ่าให้สิ้นสภาพเสียก่อนจึงจะเจรจาพูดคุยกัน ในขณะที่นักวิชาการและนักความมั่นคงบางกลุ่มให้ทัศนะในกรณีนี้ว่า ต้องพูดคุยไปควบคู่กับการใช้กำลังอาวุธของรัฐเพื่อกำราบกองโจรติดอาวุธไป
หากแต่สถานการณ์ปัจจุบัน การต่อสู้ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ได้เลยเถิดไปถึงขั้นการก่อการร้ายที่มีความร้ายแรงอย่างสูงสุด การปฏิบัติการใช้อาวุธอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์สร้างความเสียหายต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์ทุกเพศทุกวัยอย่างกว้างขวางโดยไม่เลือกหน้า ไร้ขอบเขต ไร้เป้าหมาย ไร้อุดมการณ์ ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ทุกศาสนาต่างสั่งสอนอบรมให้ตระหนักในเรื่องเหล่านั้น เพียงเพื่อสร้างความเสียหายอย่างบ้าคลั่ง ท้าทายอำนาจรัฐด้วยความอหังการ การกระทำของคนกลุ่มนี้จึงเข้าขั้นผู้ก่อการร้ายที่ทั้งโลกไม่ให้การยอมรับแม้แต่น้อย
ผู้ก่อการร้ายที่มีความร้ายแรงต้องถูกกำจัดด้วยวิธีการทางกฎหมาย และหากต่อสู้ขัดขืน ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นจะต้องได้รับการปฏิบัติจากรัฐอย่างสาสม ด้วยการก่อการร้ายไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ นับเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงในวงกว้าง คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างผิดกฎหมาย ทำลายเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่อันเป็นปกติสุขของคนในพื้นที่ให้พินาศย่อยยับลง การกระทำเยี่ยงการก่อการร้ายจึงเป็นการกระทำอาชญากรรมร้ายแรงที่ทุกรัฐจะต้องทุ่มเททุกองคาพยพทั้งมวลของรัฐ เข้าต่อต้าน ทำลาย เพื่อกำจัดกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ไม่ให้กระทำการอันเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้บริสุทธิ์ได้อีกต่อไปโดยเร็ว
และเมื่อเป็นผู้ก่อการร้ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยมีฐานบัญชาการใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของมาเลเซีย ย่อมเป็นความชอบธรรมของรัฐที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราเพื่อกำจัดผู้ก่อการร้ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายความมั่นคงด้วยกฎอัยการศึกที่ให้ออำนาจเต็มกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการขจัด ขัดขวาง ตรวจค้น จับกุม บังคับให้คนร้ายกลุ่มนี้อยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐ รัฐต้องใช้กฎหมายฟอกเงินที่รัฐสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มีการไหลเวียนไปใช้ในการสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ให้ผู้ก่อการร้ายมีพลังในการก่อการร้ายที่มีความร้ายแรงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีขอบเขต และรัฐสามารถใช้กฎหมายฟอกเงินไปใช้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่กลุ่มผู้สนับสนุนและตัวบงการใหญ่ที่แอบอยู่เบื้องหลังคอยยักยอกเงินงบประมาณของรัฐไปสนับสนุนทางการเงินเพื่อให้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ขับเคลื่อนไปก่อเหตุบั่นทอนความมั่นคงของชาติได้อย่างต่อเนื่อง
การบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้ก่อการร้าย จะทำให้รัฐมีศักยภาพมากพอที่จะกำจัดคนร้ายและทำลายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ที่สร้างความหายนะต่อรัฐในทุกมิติตลอดมากกว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเข้าใจพื้นฐานของการเจรจาต่อรองเพื่อยุติสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ปลายด้ามขวานนั้น จำเป็นที่รัฐจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการคงไว้ซึ่งอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และบูรณภาพแห่งดินแดนเอาไว้ให้แก่คนไทยทุกคนตามครรลองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นสำคัญยิ่ง การคาดหวังเพียงเพื่อความสำเร็จในการยุติปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ด้วยการเจรจาต่อรองผ่านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จึงล่อแหลมที่จะเพลี่ยงพล้ำต่อเล่ห์เหลี่ยมที่เหนือชั้นของฝ่ายก่อการร้ายแห่งนี้ได้
การมุ่งแต่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยของสถานการณ์ในพื้นที่ โดยการตอบสนองความต้องการของฝ่ายก่อการร้าย จะมีความเป็นไปได้สูงที่ข้อตกลงเหล่านั้นจะเข้าทางกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ จนนำไปสู่การสูญเสียอธิปไตยและบูรณภาพแห่งอาณาเขตของรัฐได้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่รัฐไม่พึงประสงค์ การใช้อาวุธสงครามทุกรูปแบบเข่นฆ่าชีวิตผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า ไม่สนใจผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ที่ต้องบาดเจ็บล้มตายโดยไม่เป็นธรรม ผิดบาปต่อคำสอนขององค์พระอัลลอฮ์ที่ทรงชี้ให้มุสลิมเห็นและเคารพต่อคุณค่าของชีวิตมนุษย์ทุกชีวิต ตลอดจนการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ให้เห็นต่างสร้างความแตกแยกจากรัฐ จึงเป็นการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรงจนข้ามเส้นไปสู่นิยามของความเป็นผู้ก่อการร้ายไปอย่างสมบูรณ์
จึงเป็นความชอบธรรมของรัฐที่จะขจัดกลุ่มก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดสิ้นไป หลังจากนั้น การเจรจาพูดคุยเพื่อยุติการสู้รบจึงจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่รัฐมีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายผู้ก่อการร้าย ด้วยการยึดครองสมรภูมิสู้รบอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และการพูดคุยเจรจาต่อรองในสถานการณ์ที่รัฐมีอำนาจเหนือทั้งระบบ จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนผลประโยชน์ของรัฐเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์








