การจัดอันดับสดเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ขึ้นอันดับ 1 ด้วยดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) 188 ขณะที่กัมปาลา ประเทศยูกันดา และกูจิง ประเทศมาเลเซีย ตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
ข้อมูลการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังกล่าว มีดังนี้
ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน AQI 188
กัมปาลา ประเทศยูกันดา AQI 179
กูจิง ประเทศมาเลเซีย AQI 176
คูเวตซิตี ประเทศคูเวต AQI 173
โดฮา ประเทศกาตาร์ AQI 156
จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย AQI 155
มานามา ประเทศบาห์เรน AQI 137
เดลี ประเทศอินเดีย AQI 134
กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย AQI 122
เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล AQI 119
จากการจัดอันดับพบว่า เมืองในเอเชียและตะวันออกกลางติดอยู่ในกลุ่มเมืองที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงหลายแห่ง โดยลาฮอร์มีค่า AQI สูงที่สุดในกลุ่ม 10 อันดับแรกที่สำรวจในช่วงเช้า ขณะที่กัมปาลาและกูจิงมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีคุณภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามสภาพอากาศ ทิศทางและความเร็วลม ปริมาณฝน รวมถึงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการจัดอันดับดังกล่าวจึงเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. ของวันที่ 10 สิงหาคม 2569
วิธีป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ
เมื่อค่าฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับสูง ประชาชนควรติดตามค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และปรับพฤติกรรมเพื่อลดการรับมลพิษเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศเพิ่มสูงขึ้น
- ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากค่ามลพิษอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก
- สวมหน้ากากที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ เมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร โดยสวมให้กระชับกับใบหน้า
- ปิดประตูและหน้าต่าง ในช่วงที่มลพิษภายนอกอาคารอยู่ในระดับสูง เพื่อลดการไหลเข้าของอากาศที่มีฝุ่น
- ใช้เครื่องฟอกอากาศ ภายในบ้านหรือห้องทำงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการสะสมของฝุ่นละอองสูง
- ติดตามค่าคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน เพื่อวางแผนการเดินทางและกิจกรรมในแต่ละวัน
- หลีกเลี่ยงแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น ควันจากการเผา การจราจรที่มีรถหนาแน่น และพื้นที่ที่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย
- ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีความไวต่อมลพิษเป็นพิเศษ โดยลดระยะเวลาในการอยู่กลางแจ้งเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดี
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอมาก หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือระคายเคืองรุนแรง ควรหยุดกิจกรรมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษสูง พร้อมพิจารณาปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ประชาชนควรตรวจสอบค่าคุณภาพอากาศแบบล่าสุดของพื้นที่ที่อาศัยอยู่ก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากสถานการณ์มลพิษสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันสั้น








