เสือตัวที่ 6
สถานการณ์ความขัดแย้งเข้าขั้นสงครามบริเวณภูมิภาคตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งหลังการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เมื่อ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา อิหร่านยิงโจมตีเรือรบพิฆาตของสหรัฐฯอย่างรุนแรงด้วยหน่วยขีปนาวุธและฝูงบินโดรนโจมตีของกองทัพเรืออิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 2 ลำ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ปฏิบัติการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ที่แล่นผ่านบริเวณเกาะจาสก์ ในน่านน้ำของอิหร่าน ขณะเดินทางไปช่องแคบฮอร์มุซ และเรืออีกลำใกล้ท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี ซึ่งกองกำลังอิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยอาวุธนานาชนิดทั้งขีปนาวุธอันทรงอานุภาพ หลายประเภท ทั้งขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงโดรนทำลายล้างที่มีหัวรบระเบิดแรงสูง เข้ารุมโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ และทางใต้ของท่าเรือ ชาบาฮาร์ ทำให้เรือสหรัฐฯ เสียหายหนัก หากแต่ในทางตรงข้าม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอมออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังสหรัฐฯ สามารถสกัดกั้นการโจมตีอย่างไร้เหตุผลของอิหร่านได้ทั้งหมดโดยที่ไม่มีเรือพิฆาตลำใดของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน ในขณะที่เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง โดยโจมตีพุ่งเป้าที่ตั้งทางทหารอิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและโดรน จุดบัญชาการและควบคุมศูนย์ข่าวกรองของอิหร่าน
เหตุปะทะกันระหว่างกองทัพเรือสหรัฐฯ และอิหร่าน เมื่อ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความท้าทายอย่างมากของข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานานร่วมเดือน สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงของชาวโลกที่กังวลต่อสงครามรอบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ทว่าสถานการณ์การประลองกำลังครั้งนี้ก็ยุติลงในเวลาอันสั้น สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ต้องการให้ความขัดแย้งบานปลาย โดยกองทัพอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ มุ่งเป้าโจมตีเรือ 2 ลำและเป็นฝ่ายรุกรานดินแดนของอิหร่าน ทั้งยังเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน แต่สหรัฐฯ อ้างว่า เป็นการยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง และย้ำว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการแตะ ตบเบาๆ ที่ไม่ใช่การทำร้าย ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าเป็นการทดสอบกำลังรบของฝ่ายอิหร่านในการยึดครองช่องแคบฮอร์มุซ ว่าจะมีพลังในการสู้รบได้เพียงใด ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงระลอกใหม่นี้ เกิดขึ้นช่วงที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังรอคำตอบจากอิหร่านต่อข้อเสนอหยุดยิง ที่มุ่งเน้นการยุติการสู้รบ แต่ยังไม่ได้หาข้อยุติในประเด็นสำคัญอย่างโครงการนิวเคลียร์ ความเปราะบางของสถานการณ์สงครามที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ในเวลาอันใกล้
การเปลี่ยนยุทธศาสตร์การรบในสงครามของสหรัฐฯ ที่หมายเผด็จศึกอิหร่านให้ได้ภายใน 4 สัปดาห์ ด้วยการถล่มทางอากาศด้วยอาวุธทำลายล้างสูงนานาชนิดต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านอย่างกว้างขวางทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์บัญชาการ ฐานยิงขีปนาวุธ และคลังแสง ตลอดจนสังหารผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางทหารของอิหร่าน ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งการต่อสู้ของอิหร่านลงได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้เห็นว่าสหรัฐฯ ประเมินอิหร่านต่ำไป โดยที่อิหร่านยังคงยืนหยัดต่อกรกับสหรัฐฯ ได้อย่างเหลือเชื่อ ความแข็งแกร่งของอิหร่านที่ได้สั่งสม และตระเตรียมประเทศเพื่อการสงครามกับสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาไม่น้อยกว่า 10 ปี รวมทั้งจิตวิญญาณการสู้รบเพื่อแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอิหร่าน ทำให้ความสามารถในการโต้กลับของอิหร่านทั้งที่หน่วยข่าวกรองประเมินว่าอิหร่านหมดสภาพการสู้รบลงแล้ว จึงไม่เป็นความจริง ส่งผลให้สหรัฐฯ ไม่กล้าผลีผลามส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปยึดครองดินแดนอิหร่าน เฉกเช่นที่เคยปฏิบัติการยึดครองอิรักจนสำเร็จมาแล้วในอดีต ยุทธศาสตร์การรบในสงครามของสหรัฐฯ ที่ตั้งหมุดหมายไว้ว่ารบด้วยความรุนแรงเด็ดขาดและได้ชัยชนะในเวลาอันสั้นจึงล้มเหลว พวกเขาจึงต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นยุทธศาสตร์การปิดล้อมทางเศรษฐกิจด้วยการปิดล้อมทางทะเลไม่ให้มีการส่งออกและนำเข้าสิ่งของใดๆ ต่ออิหร่านทั้งหมดโดยสิ้นเชิง เพื่อให้อิหร่านอ่อนล้า อดอยาก หิวโหยและพ่ายแพ้ไปในที่สุด
หากแต่ยุทธศาสตร์การปิดล้อมทางเศรษฐกิจด้วยการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านจะดำเนินมาระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้อิหร่านยอมจำนนต่อเงื่อนไขสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอให้ ในทางตรงข้าม อิหร่านกลับยื่นข้อเสนอที่เป็นเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องคิดหนัก แม้หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ประเมินว่า อิหร่านยังสามารถรับมือกับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ได้อีกหลายเดือน ส่งผลให้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อกรุงเตหะรานยังไม่บรรลุผล โดยประเมินว่าอิหร่านจะยังคงยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางการปิดล้อมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไปได้อย่างน้อยก็ 4 เดือน สะท้อนว่าอำนาจการสู้รบด้วยยุทธศาสตร์ปิดล้อมทาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลอิหร่านยังทำไม่ได้จริง ความแข็งแกร่งของอิหร่านมีมากเกินกว่าที่สหรัฐฯ ประเมินไว้แต่ต้น
และนั่นก็เป็นกรณีศึกษาเฉกเช่นเดียวกับขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐปลายด้ามขวานของไทยที่ยังคงสู้รบต่อเนื่อง ยาวนานร่วม 23 ปี ได้อย่างเหลือเชื่อแม้ขบวนการร้ายกลุ่มนี้จะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรมากมาย หากแต่ขบวนการร้ายกลุ่มนี้ได้เรียนรู้บทเรียนในอดีต เข้าใจศาสตร์และศิลป์การทำสงครามเป็นอย่างดี และสามารถประยุกต์ใช้ทุกองคาพยพในการต่อสู้มาเสริมพลังการสู้รบกับรัฐได้อย่างทัดเทียมกับศักยภาพของรัฐที่มีเหนือกว่ามากมาย ซึ่งนั่นคือการสร้างมวลชนเพื่อเอาชนะในสงครามความคิด เสริมพลังการต่อสู้ด้วยสงครามกองโจร แทรกซึม ซ่องสุม ซ่อนปนไปกับมวลชน ฉกฉวย หลอกล่อนำพลังของรัฐมาเป็นของฝ่ายตน และนำประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และความเชื่อทางศาสนามาร้อยเรียงให้เกิดการสู้รบด้วยจิตวิญญาณที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าของคนในขบวนการนี้ จึงเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าพวกเขาสามารถยืนหยัดสู้รบในสงครามอยู่ได้แม้จะมีข้อจำกัดทางทรัพยากรมากมายเพียงใดก็ตาม








