ไปรษณีย์ไทย ชู "ไปรษณีย์เชื่อมสุข" เชื่อมโอกาสสินค้าชุมชน ดันเศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืน
ไปรษณีย์ไทยประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ "ไปรษณีย์เชื่อมสุข" ตอกย้ำบทบาทองค์กรโลจิสติกส์ของประเทศที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งพัสดุ แต่เป็น "ผู้เชื่อม" ระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อผลักดันสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาด สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
แนวคิดสำคัญของโครงการตั้งอยู่บนความเชื่อว่า "ทุกชุมชนมีคุณค่า ทุกสินค้าท้องถิ่นมีเรื่องราว และทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโต" จึงนำศักยภาพด้านเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงการขยายตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการชุมชน
ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน 3 มิติ ไปรษณีย์ไทยวางแนวทางการดำเนินงานภายใต้ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ เชื่อมสุข...สังคม สนับสนุนภาครัฐ เอกชน และประชาชนในทุกสถานการณ์ พร้อมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งเสริมจิตอาสา และพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ,เชื่อมสุข...ชุมชน ใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วประเทศพัฒนาผู้ประกอบการ ยกระดับสินค้าท้องถิ่น พร้อมเปิดตลาดผ่านที่ทำการไปรษณีย์และ ThailandPostMart ,เชื่อมสุข...สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการรีไซเคิลและอัพไซเคิล ด้วยการเป็นศูนย์กลางรับอุปกรณ์และวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้อง
ถ่ายทอดความสำเร็จผ่าน 5 ชุมชนต้นแบบ
โครงการ "ไปรษณีย์เชื่อมสุข" ได้สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการพัฒนาสินค้าชุมชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ
"นิลข่ะ" ผลิตภัณฑ์แปรรูปปลานิลจากวิสาหกิจชุมชน จ.ชลบุรี ที่ได้รับการพัฒนาแบรนด์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิต
ข้าวฮางทิพย์ จ.สกลนคร ที่ไปรษณีย์ไทยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ครบวงจรต่อเนื่องกว่า 9 ปี จนยกระดับเป็นสินค้า OTOP
"ปากพญา" อาหารทะเลแปรรูปจาก จ.นครศรีธรรมราช ที่ต่อยอดทั้งระบบการผลิต มาตรฐานสินค้า และการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ
ไข่เค็ม "อสม.ไชยา" จ.สุราษฎร์ธานี ที่ได้รับการพัฒนาแบรนด์ บรรจุภัณฑ์ และขยายช่องทางจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์
ปลาส้ม "สุขหล่ำ" จ.อุดรธานี ที่ช่วยสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนผ่านการแปรรูปสินค้าและการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ
ดิจิทัลแพลตฟอร์ม หนุนสินค้าชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ คือการนำ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม มาเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค ทำให้สินค้าชุมชนเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น ผ่านเว็บไซต์ ThailandPostMart ควบคู่กับการวางจำหน่ายในที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้าในยุคดิจิทัล
ไปรษณีย์ไทยระบุว่า ในปี 2026 บทบาทขององค์กรจะไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความรวดเร็วในการจัดส่ง แต่จะเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยใช้เครือข่ายโลจิสติกส์เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้การ "ส่ง" มีความหมายมากกว่าการขนส่งสินค้า แต่เป็นการส่งต่อโอกาส ความสัมพันธ์ และความสำเร็จให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน








