เสือตัวที่ 6
สิทธิการกำหนดใจตนเอง (Right to Self-Determination : RSD) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและสหประชาชาติ (UN) ที่มุ่งเน้นการให้สิทธิประชาชนในการกำหนดอนาคตตนเองหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่รับรองให้ประชาชนหรือชนกลุ่มน้อยมีอิสระในการตัดสินใจเลือกสถานะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งครอบคลุมทั้งการกำหนดทิศทางภายในรัฐ (เช่น การปกครองท้องถิ่น) และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของกลุ่ม ซึ่งสาระสำคัญตามหลักการของสิทธิการกำหนดใจตนเอง หรือ RSD ดังกล่าวข้างต้นนี้ได้ถูกหยิบยกมาใช้กล่าวอ้างมาเป็นบางส่วนอย่างแยบยลเพื่อประโยชน์ในการเป็นหนทางการต่อสู้กับรัฐของขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐปลายด้ามขวานที่มีกลุ่ม BRN เป็นแกนนำในปัจจุบัน และถูกนำมาใช้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐได้อย่างทรงพลัง ด้วยหลักการสำคัญของ RSD คือรัฐผู้ปกครองต้องให้คนพื้นที่ท้องถิ่นมีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเองในการกำหนดอนาคตการดำรงชีวิตของตนเองโดย BRN มุ่งเป้าไปที่การให้สิทธิของคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานว่าต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มใดหรือแบบใด ซึ่งนั่นก็คือเป้าหมายหลักของความเป็นเอกราชปาตานีที่พวกเขาใฝ่ฝัน
เงื่อนไขสำคัญของ RSD ที่ถูกกลุ่มแย่งยึดอำนาจการปกครองจากรัฐนำมาปรับใช้ขับเคลื่อนไปสู่การออกความเห็นหรือลงประชามติของคนในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงเจตจำนงของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ปลายด้ามขวานว่าต้องการการปกครองแบบใดและกลุ่มใดนั้น ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ 4 ประการคือ 1.ในพื้นที่แห่งนั้นมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง 2.รัฐผู้ปกครองมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีต่อคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง 3.มีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธอย่างรุนแรง(การต่อสู้กันด้วยอาวุธอย่างรุนแรงระหว่างรัฐผู้ปกครองกับคนพื้นถิ่น) 4.เป็นดินแดนที่เคยตกเป็นอาณานิคมของรัฐผู้ปกครองในปัจจุบัน ซึ่งเงื่อนไขสำคัญทั้ง 4 ประการดังกล่าวนั้นถูกนำมาปรับใช้ให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมของความเป็นมลายูมุสลิมปาตานีอย่างลุ่มลึก และประเด็นในเงื่อนไขดังกล่าวถูกขบวนการ BRN นำมาใช้ขับเคลื่อนสู่การเป็นเอกราชปาตานีอย่างจริงจัง โดยมีกลยุทธ์ในการตอบสนองเงื่อนไขสิทธิการกำหนดใจตนเอง หรือ RSD เพื่อให้สิทธิกับคนในพื้นที่ตัดสินใจเลือกอนาคตทางการเมืองการปกครองกันเองอย่างอิสระบนพื้นฐานที่กล่าวอ้างถึงสิทธิ เสรีภาพของคนในพื้นที่ตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ หากแต่แท้ที่จริงแล้ว การกล่าวอ้างกฎหมายระหว่างประเทศเหล่านั้น ถูกขบวนการ BRN หยิบยกมาเพียงบางส่วนและตีความเอนเอียงเข้าทางที่เป็นประโยชน์ต่อการแยกตัวเป็นรัฐอิสระมากกว่าความเป็นจริง
ขบวนการ BRN ใช้กลยุทธ์ที่ตอบสนองเงื่อนไขที่อ้างถึงการมีอัตลักษณ์เป็นของตนเองของคนในพื้นที่ ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกทางวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมลายูมุสลิมอย่างกว้างขวางตลอดมา ด้วยการกล่าวอ้างถึงวัฒนธรรมการแต่งกายอันเป็นอัตลักษณ์ของชาวมลายูที่สืบทอดมาอย่างยานาน การจัดประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเองเป็นระยะๆ ตามห้วงเวลาเทศกาล การจัดรูปของวิถีชีวิตที่เป็นเฉพาะของตนเองในทุกมิติ ทั้งการแต่งกาย การดำเนินชีวิต ภาษาพูด ภาษาเขียน กติกาหรือข้อกำหนดตามกฎหมายที่ใช้หลักการอันเป็นอัตลักษณ์ของตนเองเป็นหลัก การเรียนการสอนที่เป็นโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่เป็นของตนเองซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางศาสนาอิสลาม รวมถึงระบบราชการที่ถูกออกแบบมาเป็นอัตลักษณ์ของตนเองทั้งตัวบุคคลที่เป็นข้าราชการท้องถิ่นและระบบงานที่ตอบสนองคนในพื้นที่
ขบวนการ BRN ใช้กลยุทธ์ที่ตอบสนองเงื่อนไขที่อ้างถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีต่อคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ด้วยการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะปฏิบัติการผ่านโลกโซเชียล ว่าคนในพื้นที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่กำลังถูกรัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนกว้างขวาง โจมตีใส่ร้ายสร้างข่าวเท็จสร้างภาพให้สังคมโลกเห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีการกดขี่ ข่มเหง บังคับ จับกุม คุมขังอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการซ้อมทรมาน รวมถึงการละเมิดสิทธิ เสรีภาพในการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาอิสลามของคนในพื้นที่ ตลอดจนการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียมกับคนในพื้นที่อื่นที่พยายามยึดโยงประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นทั้งทางกายภาพ(การแต่งกาย) และทางจิตวิญญาณ (แนวความคิดและความเชื่อ) อย่างสุดโต่ง นอกจากนั้น ขบวนการ BRN ใช้กลยุทธ์ที่ตอบสนองเงื่อนไขที่อ้างถึงมีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธอย่างรุนแรงของรัฐกับคนพื้นถิ่น ด้วยใช้วิธีการสร้างความรุนแรงตลอดมา เพื่อให้สังคมโลกเห็นว่า คนในพื้นที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่จำเป็นต้องต่อสู้กับรัฐผู้ปกครองอย่างไม่เป็นธรรม คนในพื้นที่ท้องถิ่นจึงต้องหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับรัฐที่ใช้อาวุธเข้าต่อสู้ห้ำหั่นทำลายล้างคนในพื้นที่ เพื่อปกป้องตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและตามหลักศาสนาอิสลาม และที่สำคัญขบวนการ BRN ชี้ให้เห็นว่าการต่อสู้ด้วยอาวุธของคนในพื้นที่เป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ และถือเป็นหน้าที่ (วายิบ) อันหมายถึง เป็นข้อบังคับที่ชาวมุสลิมจำเป็นต้องปฏิบัติ หากผู้ใดทำจะได้รับผลบุญ เพื่อปกป้องการถูกกดขี่ข่มเหงจากคนนอกศาสนา ถือเป็นการญิฮาด (ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ) ยังคงดำเนินต่อไปด้วยหลักการศาสนาที่ว่า ผู้ใดถูกฆ่าตายเพื่อปกป้องครอบครัวของตนเอง หรือเลือดเนื้อของตนเอง หรือศาสนาของตนเอง ทรัพย์สินของตนเอง เขาจะตายชะฮีด ซึ่งหมายถึงบุคคลที่เสียชีวิตที่ต่อสู้เพื่อศรัทธาหรือทำความดีเพื่ออัลลอฮ์
เหล่านี้จึงเห็นได้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรม การปลุกกระแสอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นโดยกล่าวอ้างถึงวัฒนธรรมอันสวยงามของชาวมลยูมุสลิมที่สืบทอดกันมาจากประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์อันยิ่งใหญ่ คนในพื้นที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่กำลังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง และการต่อสู้ด้วยอาวุธในสงครามศักดิ์สิทธิ์จึงเข้มข้นรุนแรงต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้ เหล่านี้เป็นทางเดินสู่การตอบสนองเงื่อนไขกำหนดใจตนเอง หรือ RSD อย่างเข้มข้น เพื่อการเป็นอิสระในการปกครองกันเองของรัฐปาตานี
#ตีโฉบฉวย #เสือตัวที่6 #RSD #RightToSelfDetermination #BRN #ปาตานี #ความมั่นคง #siamrathonline








