ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
สดๆร้อนๆ หลังจากนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2026 ได้ไม่กี่วัน โลกทั้งใบก็ต้องตกตะลึงกับภาพข่าวที่ ขีปนาวุธนับร้อยบินว่อน ส่องแสงวูบวาบแดงฉาน ราวกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด หากแต่ว่าภาพที่เห็นคือความจริงที่สะเทือนโลกทั้งใบ
แน่นอนครับ ว่าสิ่งที่กล่าวมาหนีไม่พ้นการที่สหรัฐอเมริกาใช้กำลังทหารบุกเข้าไปยังเวเนซุเอลา พร้อมจับกุมประธานาธิบดี แล้วอุ้มกลับอเมริกา! โอ้ว พระเจ้า...แค่เขียนยังเหมือนภาพยนตร์ เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งคำถามมากมายจากสังคมโลก แน่นอนมีทั้งเห็นด้วยและต่อต้าน
ภายหลังเหตุการณ์ โลกแบ่งออกเป็นสามขั้วหลักๆ ได้แก่ กลุ่มต่อต้านการกระทำของสหรัฐ ได้แก่ รัสเซีย จีน และลาตินอเมริกาบางประเทศ ต่อมาคือกลุ่มที่อยู่กลางๆ แบ่งรับแบ่งสู้ ออกแถลงการณ์อ้างกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลังผิง เช่น กลุ่มยุโรปบางประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน และกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มที่เห็นด้วย แน่นอนได้แก่บุคคลต้นเรื่องอย่าง สหรัฐอเมริกา น้องรักอย่าง อิสราเอล และบางประเทศลาตินอเมริกาอย่าง อาร์เจนตินา เป็นต้น
เหตุผลกลไกในการเปิดปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการชี้แจงแถลงไขว่าเป็นเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ที่สหรัฐกล่าวหาว่า ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีเอี่ยวกับการค้ายาเสพติดอย่างมโหฬาร เป็นภัยความมั่นคงของต่อสหรัฐและชาวอเมริกัน
แต่ทว่า...โลกทั้งใบไม่เชื่อ เพราะต่างก็รู้ทันว่าเบื้องลึกเบื้องหลังไม่น่าจะใช่แค่นั้น
เวเนซุเอลา เป็นหนึ่งในประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองสูงที่สุดในโลก แต่ด้วยการเมืองในช่วงสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมา เวเนซุเอลา ไม่ค่อยจะโอเคกับลุงแซม ทำให้สหรัฐถูกกีดกันออกจากวงจรน้ำมันของเวเนซุเอลา และหันไปค้าขายกับจีนและรัสเซียแทน อีกทั้งยังลามไปถึงปัญหาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกต่างหาก
จีนกับรัสเซียเลยค้าขายกับเวเนซุเอลาและมีอิทธิพลมากขึ้นในประเทศ ซึ่งสหรัฐก็โทษว่าราคาน้ำมันที่ผันผวนก็ดี เงินเฟ้อก็ดี ล้วนเป็นผลลัพธ์จากการที่เวเนซุเอลาค้าขายกับจีนและรัสเซียนั่นเอง
การขยายอิทธิพลของจีนและรัสเซียดังกล่าว แน่นอนว่าด้วยภูมิรัฐศาสตร์ที่ใกล้กับสหรัฐ สหรัฐย่อมไม่ปลื้ม และรู้สึกว่ามีเวเนซุเอลาเป็นประหนึ่งฐานที่มั่นของทั้งรัสเซียและจีนที่จ่อคอหอยอยู่ เวเนซุเอลาจึงเป็นเป้าหมายที่ถูก “เล็ง” มานาน
เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นสู่อำนาจ นี่จึงเป็นประเด็นที่เขาให้ความสำคัญ และหมายมั่นปั้นมือจะสร้างเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงภายใต้บรรยากาศการแข่งขันอย่างหนักกับจีน ซึ่งแน่นอนว่า “พลังงาน” เป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน การ “จัดการ” กับเวเนซุเอลา จึงเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ได้ทั้งพลังงาน ได้ทั้งการจำกัดอิทธิพลของจีนและรัสเซีย แถมยังเป็นการตะโกนบอกโลกทั้งใบว่ากำลังทหารของข้าแข็งแกร่งเพียงใด รวมถึงบอกว่า “ข้าเอาจริง” และ “ถ้าเอ็งเป็นศัตรูกับข้าเอ็งจะโดนอะไร” แถมยังตอบโจทย์ America First แบบสุดโต่ง คือ เพื่ออเมริกาข้าทำได้ทุกอย่าง ได้เสียงสรรเสริญจากผู้สนับสนุนตนเองแบบสุดโต่งไปอีกโข จึงไม่แปลกที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเห็นว่าเป็นการกระทำที่ได้ “กำไร” เต็มเม็ดเต็มหน่วย และน่าลงมือ
แน่นอนว่า เสียงสนับสนุน และ ตัวสหรัฐเอง ก็บอกกับโลกว่า นี่ไม่ใช่การเข้าไปยึดครองแบบป่าเถื่อน แต่นี่คือการ “ปลดปล่อย” ชาวเวเนซุเอลาที่ต้องทนทุกข์กับระบอบเผด็จการที่โหดร้าย ซึ่งก็คงมีมูลอยู่บ้างถึงทำให้ชาวเวเนซุเอลาบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ลี้ภัยออกนอกประเทศมาก่อน โห่ร้องยินดีกันยกใหญ่
แต่แน่นอนว่าหนีการถูกประณามและตั้งคำถามไม่พ้น ว่านี่คือการปลดปล่อย หรือจริงๆแล้วคือการแสดงอำนาจอย่างตามใจฉัน เข้ายึดครองทรัพยากรอย่างตามใจฉัน และจับประธานาธิบดีอย่างตามใจฉัน มิต่างอะไรกับสมัยล่าอาณานิคม ดึงโลกย้อนกลับหลังไปหลักร้อยปี
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามอง คือการ “โนสนโนแคร์” ระเบียบและกฎหมายระหว่างประเทศ ที่มวลมนุษย์พยายามหนักหนาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการเข่นฆ่ากันตามอำเภอใจอย่างในอดีต คำถามที่ตามมมาหลังจากนี้คือ นี่จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ (แบบเก่าๆ) ที่เหล่ามหาอำนาจที่แข็งแรงจะนำมาใช้กันต่อไปหรือไม่? จากนี้ไปอยากได้อะไรก็จะลุย ระเบิด ยิง ฆ่า ยึด เพื่อให้ได้มาหรือไม่ ในเมื่อมีตัวอย่างแล้วว่า “ก็ทำได้นี่หว่า”
หลายคนมองว่า นี่คือผลพวงของ “สงครามเย็นครั้งใหม่” ระหว่างสหรัฐและจีน ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่านี่จะเป็นแค่สงครามเย็นหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับการตอบโต้จากฝั่งของจีนและรัสเซียเช่นกัน ว่าจะตอบโต้แบบใด จะยังคงเป็นรูปแบบของสงครามเย็น...หรือจะเลยเถิดกลายเป็น สงครามร้อน ครั้งใหม่
ถ้าไปกันไกลกว่าสงครามเย็น งานนี้บอกเลยว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา ก็แค่ขนม
อยู่ที่โลกทั้งใบจะเข้มแข็งและร่วมมือกันได้แค่ไหน ในการที่จะยับยั้งมหาอำนาจต่างๆให้ลดละเลิก และตีกรอบให้ยังคงเป็นแค่สงครามเย็น
แต่เท่าที่ดู....ก็ยังไม่เห็นความกล้าหาญของประชาคมโลก จนทำให้แอบขนลุกเบาๆว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
ฟางเส้นสุดท้าย น่าจะเป็นเกาะที่ชื่อ ไต้หวัน แตะเหมือนไร....คงได้เวลาขุดหลุมหลบภัย
เอวัง








